สืบค้นงานวิจัย
การคัดแยกและลักษณะสมบัติของแบคทีเรียย่อยสลายปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่ทนโลหะหนักจากฟองน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และการพัฒนาแบคทีเรียพร้อมใช้สำหรับบำบัดสิ่งแวดล้อม
ชุติวรรณ เดชสกุลวัฒนา, อรฤทัย ภิญญาคง - มหาวิทยาลัยบูรพา
ชื่อเรื่อง: การคัดแยกและลักษณะสมบัติของแบคทีเรียย่อยสลายปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่ทนโลหะหนักจากฟองน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และการพัฒนาแบคทีเรียพร้อมใช้สำหรับบำบัดสิ่งแวดล้อม
ชื่อเรื่อง (EN): Isolation and characterization of petroleum hydrocarbon-degrading bacteria capable of resistant to heavy metal from marine sponge in the eastern coast of the gulf of Thailand and development of ready-to-use bacteria for bioremediation
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย:
คำสำคัญ:
บทคัดย่อ: การรั่วไหลของน้ามันปิโตรเลียม เป็นปัญหาส้าคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามการก้าจัดปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วยวิธีทางชีวภาพมักมีข้อจ้ากัดจากจ้านวนและความสามารถ ของ แบคทีเรียย่อยสลายปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน ฟองน้าทะเลถือเป็นแหล่งส้าคัญของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และเป็นแหล่งที่มีแบคทีเรียอย่างอุดมสมบูรณ์ ดังนั นงานวิจัยนี ได้ศึกษาความหลากหลายและคัดแยกแบคทีเรียที่ เกี่ยวข้องกับการย่อยสลายปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนจากฟองน้าทะเลโดยใช้วิธีการเพาะเลี ยงเชื อและไม่เพาะเลี ยง เชื อร่วมกัน ผลการทดลองสามารถคัดแยกกลุ่มแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ามันดิบได้ 13 กลุ่ม โดยสามารถย่อยสลายน้ามันดิบ 0.25 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาตร/ปริมาตร) ได้ 60–92 เปอร์เซ็นต์ ในเวลา 7 วัน และ สามารถคัดแยกแบคทีเรียสายพันธุ์บริสุทธิ์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ามันดิบได้ทั งหมด 19 สายพันธุ์ จากนั นน้าแบคทีเรียสายพันธุ์บริสุทธิ์ดังกล่าวมาทดสอบความสามารถในการย่อยสลายน้ามันปิโตรเลียมชนิดอื่น ได้แก่ น้ามันดีเซลและน้ามันเตา พบว่ามีแบคทีเรีย 9 สายพันธุ์ที่สามารถย่อยสลายน้ามันปิโตรเลียมได้ทั ง 3 ชนิด โดยย่อยสลายน้ามันดิบ น้ามันดีเซลและน้ามันเตา ความเข้มข้น 0.25 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาตร/ปริมาตร) ได้ 34-60 เปอร์เซ็นต์ 31-76 เปอร์เซ็นต์ และ 30-64 เปอร์เซ็นต์ ตามล้าดับ ในเวลา 7 วัน นอกจากนี พบว่า Sphingobium sp. MO2-4 มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ามันทั ง 3 ชนิดดีที่สุด โดยย่อยสลายได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี สายพันธุ์ MO2-4 ยังสามารถย่อยสลายเตตระเดคเคนความเข้มข้น 500 มิลลิกรัม/ ลิตร ฟีแนนทรีนและไพรีนความเข้มข้น 50 มิลลิกรัม/ลิตร ได้ 71, 33 และ 25 เปอร์เซ็นต์ ตามล้าดับ ในเวลา 7 วัน เมื่อศึกษาเมตาจีโนมของฟองน้าทะเลพบแบคทีเรียในไฟลัม Proteobacteria Actinobacteria, Cyanobacteria และ Firmicutes เป็นประชากรหลักในทุกตัวอย่าง นอกจากนี ยังตรวจพบยีนที่เกี่ยวข้องกับการ ย่อยสลายอัลเคนและ PAHs ในฟองน้าทะเลหลายตัวอย่าง จากผลการทดลองท้าให้ได้ข้อมูลแบคทีเรียและยีนที่ เกี่ยวข้องกับการย่อยสลายน้ามันปิโตรเลียมในฟองน้าทะเลและยังแสดงให้เห็นว่าแบคทีเรียย่อยสลายปิโตรเลียม ไฮโดรคาร์บอนจากฟองน้าทะเลมีแนวโน้มที่จะน้าไปใช้ประโยชน์ในการบ้าบัดสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนปิโตรเลียม ไฮโดรคาร์บอนต่อไปได้
บทคัดย่อ (EN): Petroleum oil spills are a worldwide problem, which is growing more serious with ecosystem and economic development. The success of the bioremediation of petroleum hydrocarbons is limited because of the low number and activity of hydrocarbon-degrading bacteria. Marine sponges (Porifera) are considered as important sources of active natural products, and contain an abundance of microorganisms. This study combined the culture and noncultured methods to examine bacterial diversity and isolate petroleum hydrocarbon-degrading bacteria from marine sponge samples. Thirteen sponge-associated bacterial consortia with ability to degrade 60-92% of 0.25% (v/v) crude oil in liquid cultivation within 7 days were obtained after enrichment. A total of 19 bacterial strains exhibited crude oil degrading ability was isolated from the consortia afterward. They were further screened for petroleum oil degradation capability including diesel oil and fuel oil. Nine strains showed potency in all types of petroleum oil biodegradation. They could degrade 0.25% (v/v) of crude oil, diesel oil, and fuel oil at 34%-60%, 31%-76%, and 30%-64%, respectively within 7 days. Among them, Sphingobium sp. MO2-4 showed the best ability to degrade all types of petroleum oil. The strain degraded more than 50% of initial amount of the oil within 7 days. Strain MO2-4 was then selected to evaluate its ability to degrade aliphatic and PAHs, the major components in petroleum oil. The results showed that MO2-4 could degrade 500 mg L-1 of tetradecane at 71% and degrade 50 mg L-1 of phenanthrene and pyrene around 33% and 25%, respectively within 7 days. In addition, the microbial diversity in marine sponge was investigated by metagenomic approach and the genes involved in petroleum hydrocarbon degradation were detected. Proteobacteria, Actinobacteria, Cyanobacteria and Firmicutes were dominant phyla in all the samples. Furthermore, the genes involved in alkane and PAH degradation were observed in several samples. Our results provide insight into microbial diversity and ecosystem function in marine sponges. These results demonstrated that the petroleum oil-degrading bacteria from marine sponges have potential for further bioremediation of petroleum contaminated sites.
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2557-10-01
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2560-09-30
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: มหาวิทยาลัยบูรพา
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
การคัดแยกและลักษณะสมบัติของแบคทีเรียย่อยสลายปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่ทนโลหะหนักจากฟองน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และการพัฒนาแบคทีเรียพร้อมใช้สำหรับบำบัดสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยบูรพา
30 กันยายน 2560
วิธีลอยกระทงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สถานการณ์เกษตรและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในปัจจุบัน การสะสมตะกั่วและทองแดงในฟองน้ำทะเล ดินตะกอน และน้ำทะเล บริเวณจังหวัดระยอง การปนเปื้อนของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลตะกอนดิน และสัตว์ทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบนกับมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง การติดตามการสะสมของโลหะหนักในฟองน้ำทะเล บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของไทย การประเมินความเสี่ยงของสารมลพิษทางทะเล ในพื้นที่อุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก การปนเปื้อนของสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเล จากแหล่งประมงบริเวณชายฝั่งจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2554 การปนเปื้อนโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมทางทะเลจังหวัดระยอง ลักษณะทางพันธุกรรมและความหลากหลายของจุลชีพที่อาศัยอยู่ร่วมกับฟองน้ำทะเล การปนเปื้อนแบคทีเรีย โลหะหนัก และ คุณภาพน้ำบริเวณแหล่งเลี้ยงหอยนางรม(Saccostrea coccullata Born, 1778 )จังหวัดจันทบุรี

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก