สืบค้นงานวิจัย
การทดสอบผลผลิตภายในสถานี ของสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมจากข้าวเจ้าพันธุ์สุพรรณบุรี 1 และชัยนาท 80 ที่ได้จากวิธีผสมกลับโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก
วราภรณ์ แสงทอง - มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ชื่อเรื่อง: การทดสอบผลผลิตภายในสถานี ของสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมจากข้าวเจ้าพันธุ์สุพรรณบุรี 1 และชัยนาท 80 ที่ได้จากวิธีผสมกลับโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: วราภรณ์ แสงทอง
คำสำคัญ:
บทคัดย่อ: ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าว 57 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวเหนียว 18 ล้านไร่ ซึ่งคิดเป็น 31 % ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด มีพันธุ์ข้าวเหนียวไม่ไวต่อช่วงแสง และต้นเตี้ย ที่ชาวนานิยมปลูก เพียง 3 พันธุ์ ได้แก่ สันป่าตอง 1 กข10 และแพร่ 1 ในขณะที่ข้าวเจ้าพันธุ์ดีมีมากมาย ดังนั้น โครงการนี้มีวัตถุประสงค์นำข้าวเจ้าพันธุ์ดี 2 พันธุ์ คือชัยนาท 80 และ สุพรรณบุรี 1 ซึ่งมีผลผลิตสูง ต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง ต้านทานต่อโรคและแมลงที่สำคัญของข้าว มาเป็นพันธุ์รับยีนข้าวเหนียวหอม จาก กข6 เพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นข้าวเหนียวหอมพันธุ์ดี (ผลผลิตสูง ต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง ต้านทานโรคและแมลงที่สำคัญ) ด้วยวิธีผสมกลับโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือกซึ่งเป็น การคัดเลือกในระดับยีโนไทป์หรือยีนทำให้การคัดเลือกมีความถูกต้อง แม่นยำ และช่วยลดเวลาในการ ปรับปรุงพันธุ์ให้สั้นลง การดำเนินการเริ่มจากในฤดูแรกผลิตเมล็ดลูกผสมชั่วลูกแรก F1 โดยผสมข้าม ข้าวเจ้าพันธุ์ชัยนาท 80 และ สุพรรณบุรี 1 ซึ่งใช้เป็นพันธุ์รับยีน ควบคุมลักษณะข้าวเหนียวหอม กับข้าวเหนียวหอมพันธุ์ กข6 ซึ่งใช้เป็นพันธุ์ให้ยีนองประชากรที่ 1 สายพันธุ์ ชัยนาท 80 ข้าวเหนียวหอม ต้นเตี้ย BC7F4 จำนวน 9 สายพันธุ์ มี อายุวันออกดอก 75% เฉลี่ย 92 วัน คัดเลือกต้น BC7F4 ที่มีลักษณะทางการเกษตรดีได้เมล็ด BC7F5 จำนวน 9 สายพันธุ์ ประชากรที่ 2 สายพันธุ์ สุพรรณบุรี 1 ข้าวเหนียวหอม ต้นเตี้ย ประกอบด้วย BC7F4 จำนวน 8 สายพันธุ์ มีอายุวันออกดอก 75% เฉลี่ย 91 วัน คัดเลือกต้น BC7F4 ที่มีลักษณะทาง การเกษตรดีได้เมล็ด BC7F5 จำนวน 8 สายพันธุ์ และ BC4F8 จำนวน 3 สายพันธุ์ มีอายุวันออกดอก 75% เฉลี่ย 88 วัน คัดเลือกต้นมีลักษณะทางการเกษตรดีได้เมล็ด BC4F9 จำนวน 3 สายพันธุ์ สำหรับในฤดูนาปรัง 2559 การเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี พบว่า ผลผลิตต่อไร่ ประชากรที่ 1 สายพันธุ์ ชัยนาท 80 ข้าวเหนียวหอม BC7F5 จำนวน 3 สายพันธุ์ (entries 4-6) ให้ ผลผลิตต่อไร่ อยู่ระหว่าง 760–851 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กับข้าวเหนียวพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 ที่ให้ผลผลิตต่อไร่ที่ 749 กิโลกรัมต่อไร่ แต่มีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าข้าว เหนียวพันธุ์ สันป่าตอง 1 ที่ให้ผลผลิตต่อไร่ที่ 556 กิโลกรัมต่อไร่ มีอายุถึงวันออกดอก75% เฉลี่ยอยู่ ระหว่าง 99–105 วัน มีความสูงเฉลี่ย 115-127 เซนติเมตร มีจำนวนรวงต่อกอเฉลี่ย 13-14 รวงต่อกอ และมีความกว้างของเมล็ดข้าวกล้องอยู่ระหว่าง 2.02–2.15 มิลลิเมตร ความยาวของเมล็ดข้าวกล้อง อยู่ระหว่าง 6.86–7.11 มิลลิเมตร และความหนาของเมล็ดข้าวกล้องอยู่ระหว่าง 1.67–1.79 มิลลิเมตร ส่วนประชาการที่ 2 สายพันธุ์สุพรรณบุรี 1 ข้าวเหนียวหอม BC4F9 จำนวน 2 สายพันธุ์ (entries 7 และ 8) ให้ผลผลิตต่อไร่ที่ 774 และ 804 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ซึ่งไม่มีความแตกต่าง กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับข้าวเหนียว กข-แม่โจ้ 2 ที่ให้ผลผลิตต่อไร่ที่ 749 กิโลกรัมต่อไร่ แต่มี ผลผลิตสูงกว่าข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตอง 1 ที่ให้ผลผลิตต่อไร่ที่ 556 กิโลกรัมต่อไร่ มีอายุถึงวันออก ดอกเฉลี่ย 94-95 วัน มีความสูงเฉลี่ย 142 เซนติเมตร มีจำนวนรวงต่อกอเฉลี่ย 14 รวงต่อกอ และมี ความกว้างของเมล็ดข้าวกล้องอยู่ระหว่าง 2.09–2.11 มิลลิเมตร ความยาวของเมล็ดข้าวกล้องอยู่ ระหว่าง 6.93–7.02 มิลลิเมตร และความหนาของเมล็ดข้าวกล้องอยู่ระหว่าง 1.75–1.76 มิลลิเมตร
บทคัดย่อ (EN): Thailand has about 57 million rais of land grown to rice, 18 million rais of which were planted to glutinous rice, comprising about 31% of the total rice area. There are only three semi-dwarfs, non-photoperiod sensitive and non-glutinous rice varieties which farmers prefer to cultivate (namely) San Pa Tong 1, RD10 and Phrae 1. This project aimed to use two good high yielding, semi-dwarf, non-photoperiod sensitive and non-glutinous rice varieties (Chai Nat 80 and Suphan Buri 1) as desirable gene recepient plants in order to become high yielding, semi-dwarf, non-photoperiod sensitive, aromatic and glutinous rice varieties using molecular marker-assisted backcrossing to select genotypes that would select the desirable plants and decrease the period of improvement. The two non-glutinous rice varieties are high yielding, semi-dwarf, non-photoperiod sensitive and resistant to pests and diseases. The research was started initially with the production of F1 seeds by crossing Suphan Buri 1 and Chainat 80. In the Fiscal Year 2016 (2015 rainy season), 9 BC7F4 lines of Chai Nat 80 (Population 1) which are semi-dwarf and glutinous were planted in a 4-row observation. Results showed that the booting average was 75% after 92 days. 9 BC7F4 lines with good agronomic characteristics were selected to produce BC7seeds. 3 BC4F8 lines of Suphan Buri 1 (Population 2) which are semi-dwarf and glutinous were planted in a 4-row observation with the booting average of 75% after 88 days. The 3 selected BC4F8 lines with good agronomic characteristics were selected to produce BC4F9. In dry season 2016, the Intra-station Yield Trials showed that 3 lines of Chai Nat 80 (semi-dwarf and glutinous) (Entries 4-6) yielded between 760-851 kg per rai is not significantly different with Glutinous Rice RD-Maejo 2 which yielded 749 kg/rai but higher than San-pah-tawng 1 which yielded 556 kg/rai. The booting average was 75% after 99-105 days. Meanwhile, the results of morphological characteristics were as follows: average height was between 115-127 cm and number of tillers per hill was between 13-14. Results of brown rice (partially milled rice) were alsorecorded and the results were as follows: width is between 2.02 to 2.15 mm; length is between 6.86 to 7.11 mm; and thickness is between 1.67 to 1.79 mm. Intra-station Yield Trials of 2 BC4F9 lines of Suphan Buri 1 (semi-dwarf and glutinous) (Entries 7 and 8) yielded between 774 and 851 kg per rai, respectively. The result is not significantly different with Glutinous Rice RD-Maejo 2 which yielded 749 kg/rai but is higher than San-pah-tawng 1 which yielded 556 kg/rai. The booting average was 75% after 95 and 94 days. Moreover, the results of morphological characteristics were as follows: plant height has an average of 142 cm and the number of tillers per hill has an average of 14. Results of brown rice (partially milled rice) were also recorded and the results were as follows: width is between 2.09 to 2.11 mm; length is between 6.93 to 7.02 mm; and thickness is between 1.75 to 1.76 mm.
แผนยุทธศาสตร์งานวิจัย – ระดับกระทรวง: คณะวิทยาศาสตร์
เลขทะเบียนวิจัยกรม: มจ.1-60-001
ชื่อแหล่งทุน: งบประมาณแผ่นดินมหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2560
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2560
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
การทดสอบผลผลิตภายในสถานี ของสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมจากข้าวเจ้าพันธุ์สุพรรณบุรี 1 และชัยนาท 80 ที่ได้จากวิธีผสมกลับโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
2560
การศึกษาพันธุ์ขั้นต้น และการทดสอบผลผลิตของข้าวเหนียวหอมจากข้าวเจ้าพันธุ์สุพรรณบุรี 1 และชัยนาท 80 ที่ได้จากวิธีผสมกลับโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก การพัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียวหอมจากข้าวเจ้าพันธุ์สุพรรณบุรี 1 และชัยนาท 80 ด้วยวิธีผสมกลับโดยใช้ เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก การพัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียวต้านทานโรคไหม้โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวหอมจากข้าวเจ้าด้วยวิธีผสมกลับโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวไทยที่มีประสิทธิภาพในการดูดใช้ธาตุอาหารสูง (โครงการปีที่ 2) การคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ให้เซลลูโลสสูงโดยใช้เทคนิค RAPD การปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้ทนเค็ม ทนแล้ง และต้านทานโรคไหม้โดยวิธีผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก การปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้ทนเค็ม ทนแล้ง และต้านทานโรคไหม้โดยวิธีผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก การคัดเลือก ecorace ไหมอีรี่เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ โปรแกรมการคัดเลือกพันธุ์เพื่อผลิตกุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ดี: ทดสอบกุ้งก้ามกรามปรับปรุงพันธุ์รุ่นที่ 2 และ4

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก