สืบค้นงานวิจัย
การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประสิทธิ์ ใจศิล - มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ชื่อเรื่อง: การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ชื่อเรื่อง (EN): Research and Development of Sugarcane for Increasing Productivity in the Northeast
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: ประสิทธิ์ ใจศิล
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ (EN): Prasit Jaisil
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย:
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย (EN):
คำสำคัญ:
คำสำคัญ (EN):
บทคัดย่อ: งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยต่อเนื่องในปีสุดท้ายของโครงการวิจัยเรื่องผลของเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ ไมคอร์- ไรซา (arbuscular mycorrhizal fungi; AMF) ต่อการเจริญเติบโตของอ้อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบชนิดของพืชอาศัย วัสดุปลูก และอัตราส่วนของวัสดุปลูกที่เหมาะสมสำหรับการผลิตกล้าเชื้อรา Glomus claroideum และ Gl. clarum ซึ่งเป็นเชื้อราที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของอ้อย การตรวจสอบชนิดของพืชอาศัยและวัสดุปลูกที่เหมาะสมต่อการผลิตกล้าเชื้อรา AMF ทำโดยใช้ธัญพืช 2 ชนิด คือ ข้าวฟ่าง และข้าวโพด และปลูกในวัสดุชนิดต่างๆ ในอัตราส่วนระหว่างดิน : วัสดุชนิดต่างๆ (1:1 V/V) ได้แก่ vermiculite ขุยมะพร้าว และแกลบ วางแผนการทดลองแบบ Factorial design in Randomized complete block design (RCBD) โดยมี 16 ตำรับการทดลอง (2 host plants x 2 AMF x 4 substrates) 4 ซ้ำ ผลการทดลองพบว่า ชนิดของพืชอาศัย ไม่มีผลต่อปริมาณสปอร์ และเปอร์เซ็นต์การเข้าอยู่อาศัยของเชื้อรา Gl. claroideum ในรากพืช ในขณะที่ชนิดของวัสดุปลูกมีผลต่อเปอร์เซ็นต์การเข้าอยู่อาศัยของเชื้อรา Gl. claroideum ซึ่งจากการทดลองครั้งนี้พบว่าวัสดุที่ดีที่สุดสำหรับการผลิตกล้าเชื้อรา Gl. claroideum คือ ดินผสมกับขุยมะพร้าว และดินผสมกับแกลบ โดยทำให้ความสูง น้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งของราก และลำต้นของข้าวโพด สูงกว่าวัสดุปลูกที่เป็นดินผสม vermiculite อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และให้ผลไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กับการใช้ดินเป็นวัสดุปลูกเพียงอย่างเดียว (ชุดควบคุม) เมื่อพิจารณาถึงเปอร์เซ็นต์การเข้าอยู่อาศัยแล้ว พบว่าวัสดุปลูกที่ไม่เหมาะสมเลย สำหรับการนำมาผลิตกล้าเชื้อรา Gl. claroideum คือ ดินผสม vermiculite เนื่องจากทำให้พืชอาศัยมีเปอร์เซ็นต์การเข้าอยู่อาศัยของเชื้อราในรากต่ำมาก สำหรับการผลิตกล้าเชื้อรา Gl. clarum ในวัสดุปลูกชนิดต่างๆ พบว่าชนิดของพืชอาศัยมีผลต่อเปอร์เซ็นต์การเข้าอยู่อาศัยของเชื้อรา Gl. clarum ซึ่งข้าวโพดเป็นพืชอาศัยที่ดีกว่าข้าวฟ่าง ส่วนวัสดุปลูกที่ดีสำหรับการผลิตกล้าเชื้อคือ ดินผสมขุยมะพร้าว การตรวจหาอัตราส่วนที่เหมาะสมของวัสดุปลูกต่อการผลิตกล้าเชื้อรา AMF ทำโดยวางแผนการทดลองแบบ RCBD และกำหนดอัตราส่วนระหว่างดิน : ขุยมะพร้าว เป็น 4 ระดับ คือ 1:1, 2:1, 3:1 และ 4:1 ซึ่งใช้อัตราส่วน 1:1 เป็นชุดควบคุม ผลการทดลองพบว่าอัตราส่วนของวัสดุปลูกที่เหมาะสมต่อการผลิตกล้าเชื้อรา Gl. claroideum คือ 4:1 โดยทำให้การเจริญด้านต่างๆ ของข้าวโพด ตลอดจนจำนวนสปอร์ของเชื้อรา AMF (13.275 สปอร์ต่อดิน 1 กรัม) และเปอร์เซ็นต์การเข้าอยู่อาศัย (89.450 %) สูงกว่าชุดควบคุม (1:1) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนเชื้อรา Gl. clarum พบว่า อัตราส่วนของวัสดุปลูก 2:1, 3:1 และ 4:1 ทำให้จำนวนสปอร์ (13 สปอร์ต่อดิน 1 กรัม) และเปอร์เซ็นต์การเข้าอยู่อาศัยของเชื้อรา AMF ในรากพืช (81-86 เปอร์เซ็นต์) สูงกว่าชุดควบคุม (1:1) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในระหว่างอัตราส่วนทั้ง 3 ระดับนี้ พบว่า ควรเลือกใช้อัตราส่วน 2:1 สำหรับการผลิตกล้าเชื้อรา เนื่องจากมีน้ำหนักเบาที่สุด
บทคัดย่อ (EN): The present research is an onward research of the final year project of effects of arbuscular mycoorhizal fungi (AMF) on the growth of sugarcane which aimed to investigate for suitable host plant, substrate and ratio of substrate for inoculums production of Glomus claroideum and Gl. clarum. These AMF species were selected to be the best fungi that could promote the growth of sugarcane. To investigate for the suitable of host plant and substrate for inoculums production of AMF, two annual cereal crop plants (maize, Zea mays; sorghum, Sorghum bicolor) and mixed substrates of soil with three substrates (vermiculite, coir-dust, rice husk) at the ratio of 1:1 (V/V) were used. Treatment combinations were performed in a factorial of 2 host plants x 2 AMF treatments x 4 substrates x 4 replicates laid out in a randomized complete block design (RCBD). Spore production and mycorrhizal colonization of Gl. claroideum had no affected by host plant species, while substrates played the effects on mycorrhizal root colonization. The mixed substrate, soil:coir-dust and soil:rice husk were the best substrates for spore multiplication of Gl. claroideum which showed all plant growth parameters including of height, fresh and dry weight of shoot and root significantly higher than soil:vermiculite. No differences of all plant growth parameters were found between these two mixed substrates and soil alone (control). The substrate, soil:vermiculite was the worst substrate for inoculums production of Gl. claroideum due to showed very low of root colonization. For inoculums production of Gl. clarum, the root colonization was affected by host plant which maize was better than sorghum. Whereas, soil:coir-dust was found to be the most suitable substrate for inoculums production. Determination for the suitable ratio of substrate on the inoculums production of AMF, RCBD was carried out with 4 levels of mixed substrate (soil:coir-dust) ratio: 1:1 (control), 2:1, 3:1 and 4:1. The substrate at the ratio of 4:1 was the most suitable for inoculums production of Gl. claroideum which showed significantly all plant growth parameters, spore number (13.275 spores/g soil) and root colonization (89.450 %) higher than the control (1:1). For inoculums production of Gl. clarum, the substrate at the ratio of 2:1, 3:1 and 4:1 exhibited significantly spore number (13 spores/g soil) and percentage of root colonization (81-86%) higher than the control (1:1). Among of these substrate ratios, 2:1 was the most suitable for inoculums production due to the most light.
ชื่อแหล่งทุน: เงินงบประมาณแผ่นดิน
จำนวนเงินตามสัญญารับงานวิจัย: 987,500.00
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2551
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2554
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย (CC BY-SA 3.0 TH)
ปีที่ได้รับงบประมาณ (ระบุได้มากกว่า 1 ปี): 2554
ประเภทชิ้นงาน: การวิจัยประยุกต์
เผยแพร่โดย: มหาวิทยาลัยขอนแก่น
บทคัดย่อ: ไม่พบข้อมูลจากหน่วยงานต้นทาง
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
2554
เปรียบเทียบการใช้ชนิดและปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกอ้อยเพื่อเกษตรกรรายย่อยใน อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ การปรับปรุงพันธุ์อ้อยเพื่อผลผลิตและพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพ และ ผลิตภาพ เพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มของกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร “อ้อย” ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การจัดการดินและน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ระยะที่ 2) การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย การวิจัยและพัฒนากั้งตั๊กแตนเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การปรับปรุงดินและการใช้จุลธาตุอาหารเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังและอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยด้วยการจัดการดินและศัตรูพืช

แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย (CC BY-SA 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก