สืบค้นงานวิจัย
การศึกษาหาแนวทางการอบแห้งที่เหมาะสมสำหรับผลิตขิงผง
รติยา ธุวพาณิชยานันท์ - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ชื่อเรื่อง: การศึกษาหาแนวทางการอบแห้งที่เหมาะสมสำหรับผลิตขิงผง
ชื่อเรื่อง (EN): Appropriate Drying Strategy for Ginger Powder Production
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: รติยา ธุวพาณิชยานันท์
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย:
คำสำคัญ:
บทคัดย่อ: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบ และสร้างเครื่องอบแห้งขิงแบบถาดโดยใช้อากาศร้อนเป็นตัวกลางในการอบแห้ง เครื่องอบแห้งประกอบด้วยห้องอบแห้ง ขนาด 0.5x0.5x0.5 m3 พัดลมแบบแรงเหวี่ยงชนิดใบพัดโค้งหน้า ซึ่งขับด้วยมอเตอร์ขนาด 2.2 kW และอุปกรณ์ให้ความร้อนขนาด 12.5 กิโลวัตต์ ห้องอบแห้งสามารถบรรจุถาดขนาด 0.23x0.28 m2 ได้ 5 ถาด แต่ละถาดใส่ขิงได้ประมาณ 100 กรัม และศึกษาอิทธิพลของการพรีทรีตเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อนการอบแห้ง และอุณหภูมิที่ใช้ในการอบแห้ง ที่มีต่อระยะเวลาในการอบแห้ง ความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะ และคุณภาพของขิงที่ได้หลังการอบแห้ง ได้แก่ ปริมาณสารประกอบฟีโนลิกส์ทั้งหมด สมบัติการต้านอนุมูลอิสระ (% DPPH inhibition) และสี โดยใช้ขิงที่มีความชื้นเริ่มต้นอยู่ในช่วง 9 ถึง 12 (เศษส่วนมาตรฐานแห้ง) และหั่นเป็นแผ่นหนาประมาณ 2 mm ก่อนนำไปอบแห้งให้เหลือความชื้นสุดท้ายประมาณ 0.05 (เศษส่วนมาตรฐานแห้ง) ด้วยอากาศร้อนอุณหภูมิ 60, 70 และ 80?C จากผลการทดลองพบว่า ขิงที่ไม่ผ่านการพรีทรีตเมนต์มีปริมาณสารประกอบฟีโนลิกส์ทั้งหมดและเปอร์เซ็นต์การต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด โดยการอบแห้งที่อุณหภูมิสูงจะให้เปอร์เซ็นต์การต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าการอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำเล็กน้อย แต่ให้ค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะรวมสูงกว่า ส่วนการอบแห้งขิงที่ผ่านการพรีทรีตเมนต์ด้วยการลวก จะให้ค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะรวมต่ำที่สุด แต่คุณภาพที่ได้ในเทอมของเปอร์เซ็นต์การต้านอนุมูลอิสระและสีค่อนข้างแย่งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบ และสร้างเครื่องอบแห้งขิงแบบถาดโดยใช้อากาศร้อนเป็นตัวกลางในการอบแห้ง เครื่องอบแห้งประกอบด้วยห้องอบแห้ง ขนาด 0.5x0.5x0.5 m3 พัดลมแบบแรงเหวี่ยงชนิดใบพัดโค้งหน้า ซึ่งขับด้วยมอเตอร์ขนาด 2.2 kW และอุปกรณ์ให้ความร้อนขนาด 12.5 กิโลวัตต์ ห้องอบแห้งสามารถบรรจุถาดขนาด 0.23x0.28 m2 ได้ 5 ถาด แต่ละถาดใส่ขิงได้ประมาณ 100 กรัม และศึกษาอิทธิพลของการพรีทรีตเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อนการอบแห้ง และอุณหภูมิที่ใช้ในการอบแห้ง ที่มีต่อระยะเวลาในการอบแห้ง ความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะ และคุณภาพของขิงที่ได้หลังการอบแห้ง ได้แก่ ปริมาณสารประกอบฟีโนลิกส์ทั้งหมด สมบัติการต้านอนุมูลอิสระ (% DPPH inhibition) และสี โดยใช้ขิงที่มีความชื้นเริ่มต้นอยู่ในช่วง 9 ถึง 12 (เศษส่วนมาตรฐานแห้ง) และหั่นเป็นแผ่นหนาประมาณ 2 mm ก่อนนำไปอบแห้งให้เหลือความชื้นสุดท้ายประมาณ 0.05 (เศษส่วนมาตรฐานแห้ง) ด้วยอากาศร้อนอุณหภูมิ 60, 70 และ 80?C จากผลการทดลองพบว่า ขิงที่ไม่ผ่านการพรีทรีตเมนต์มีปริมาณสารประกอบฟีโนลิกส์ทั้งหมดและเปอร์เซ็นต์การต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด โดยการอบแห้งที่อุณหภูมิสูงจะให้เปอร์เซ็นต์การต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าการอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำเล็กน้อย แต่ให้ค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะรวมสูงกว่า ส่วนการอบแห้งขิงที่ผ่านการพรีทรีตเมนต์ด้วยการลวก จะให้ค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะรวมต่ำที่สุด แต่คุณภาพที่ได้ในเทอมของเปอร์เซ็นต์การต้านอนุมูลอิสระและสีค่อนข้างแย่
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2552
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2553
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
การศึกษาหาแนวทางการอบแห้งที่เหมาะสมสำหรับผลิตขิงผง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2553
สารถนอมอาหารจากขิงสกัดเพื่อเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันพืชและสารต้านแบคทีเรีย (ระยะที่ 2) ผลของการใช้ไคโตซานและสารสกัดจากขิงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านเชื้อจุลินทรีย์ในเนื้อวัวบด สภาวะการอบแห้งที่เหมาะสมสาหรับพืชตระกูลขิง ที่นามาใช้ในศาสตร์การแพทย์แผนไทยฯ ตะกั่วในขิงแห้ง การศึกษาหาปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสมของขิงและตะไคร้ในคุกกี้สมุนไพร เทคนิคการอบแห้งที่เหมาะสมสำหรับการผลิตชากระเจี๊ยบเพื่อสุขภาพ สมบัติทางกายภาพและประสาทสัมผัสของต้นหอมแห้งและเหง้าขิงอ่อนแห้ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขิงกึ่งแห้งเสริมสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวโดยวิธีการออสโมซิสร่วมกับการทำแห้ง สภาพการผลิตขิงของเกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดเชียงราย การจัดการดินที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลผลิตขิงปลอดสารเคมีในกลุ่มชุดดินที่ 29

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก