สืบค้นงานวิจัย
ประสิทธิภาพของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์และสารจากพืชบางชนิดในการควบคุมโรคเมล็ดด่างของข้าว
รัศมี ฐิติเกียรติพงศ์ - กรมการข้าว
ชื่อเรื่อง: ประสิทธิภาพของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์และสารจากพืชบางชนิดในการควบคุมโรคเมล็ดด่างของข้าว
ชื่อเรื่อง (EN): Effectiveness of antagonistic bacteria and some plant extract to control seed discoloration of rice
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: รัศมี ฐิติเกียรติพงศ์
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ (EN): Rasamee Dhitikiattipong
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย:
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย (EN):
คำสำคัญ:
คำสำคัญ (EN):
บทคัดย่อ: จากการสำรวจโรคข้าวที่ปลูกในสภาพนาขั้นบันไดของเกษตรกรชาวเขาในพื้นที่โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านนาเกียน ตำบลนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พบโรคเมล็ดด่างเป็นปัญหาสำคัญที่สุด มีการระบาดและมีความรุนแรงในระดับสูงเนื่องจากไม่ต้องการให้เกษตรกรใช้สารป้องกันกำจัดโรคปริมาณมากเพราะจะทำให้เกิดมลภาวะตลอดจนมีผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกร จึงมีวัตถุประสงค์ทดสอบประสิทธิภาพของผงเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis และสารจากผงกากเมล็ดชาในการควบคุมโรคเมล็ดด่างของข้าวเพื่อใช้ทดแทนสารป้องกันกำจัดโรค วางแผนการทดลองแบบ RCB มี 6 กรรมวิธี 4 ซ้ำ ปลูกข้าวพันธุ์บือพะดู แบบปักดำในแปลงย่อย 24 แปลง ขนาดของแปลงขึ้นกับพื้นที่นาขั้นบันไดของเกษตรกร พ่นสารแขวนลอยผงเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis No.4, No.9, และ No.33 อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นสารกรองผงกากเมล็ดชาอัตรา 150 และ 250 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่น 3 ครั้ง ในระยะข้าวตั้งท้องใกล้ออกรวง ระยะข้าวออกรวง 5 เปอร์เซ็นต์ และระยะข้าวออกรวง 100 เปอร์เซ็นต์ มีแปลงที่พ่นด้วยน้ำเป็นกรรมวิธีเปรียบเทียบ ผลการทดลองในฤดูนาปี 2551 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกรรมวิธี พบว่าผงกากเมล็ดชาอัตรา 250 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร และแบคทีเรียปฏิปักษ์ No.4 ให้ผลดีในการควบคุมโรคเมล็ดด่าง มีความรุนแรงของโรค 17.69 และ 19.52 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ขณะที่กรรมวิธีพ่นน้ำ (เปรียบเทียบ) กรรมวิธีใช้แบคทีเรียปฏิปักษ์ No.9 กรรมวิธีใช้ผงกากเมล็ดชาอัตรา 150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร และกรรมวิธีใช้แบคทีเรียปฏิปักษ์ No.33 มีความรุนแรงของโรคเมล็ดด่าง 21.00, 22.57, 22.97 และ 30.07 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ สำหรับผลการทดลองในฤดูนาปี 2552 พบว่าไม่มีความแตกต่างทางสถิติระหว่างกรรมวิธี กรรมวิธีใช้ผงกากเมล็ดชาอัตรา150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร กรรมวิธีใช้แบคทีเรียปฏิปักษ์ No.9 กรรมวิธีใช้ผงกากเมล็ดชาอัตรา 250 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร กรรมวิธีใช้แบคทีเรียปฏิปักษ์ No.33 กรรมวิธีพ่นน้ำ(เปรียบเทียบ) และกรรมวิธีใช้แบคทีเรียปฏิปักษ์ No.4 มีความรุนแรงของโรค 18.55, 18.63, 18.68, 19.82, 20.76 และ 21.05 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
บทคัดย่อ (EN): Rice disease surveys had been carried out in the field of highland terrace paddy cultivation at ban na-gean, tambon na-gean, amphoe om-goy, Chiang Mai province which is in the area of highland agricultural development station project. Disease surveys have shown rice seed discoloration was the most severity and important problem in this area. The objective of this study was to test the effectiveness of antagonistic bacteria and some plant extract from tea seed to control rice seed discoloration in highland area. The experiment was designed as RCB with 6 treatments and 4 replications, using Beu Pa Doo rice variety and transplanting method in wet season 2008 and 2009. The treatments were foliar spray with bacterial suspension of antagonistic bacteria Bacillus subtilis No.4, No.9 and No.33 at the rate 60 gram/20 liter of water and foliar spray with plant extract from tea seed at the rate 150 and 250 gram/20 liter of water. Foliar spray were done three times at booting, 5% flowering and 100% flowering stages, while foliar spray with water was control treatment. The result in wet season 2008 was significantly different among treatments. Tea seed at the rate 250 gram/20 liter of water and antagonistic bacteria No.4 gave the good result in controlling disease which percentage of severity were 17.69 and 19.52%, respectively, while control treatment (water spray), antagonistic bacteria No.9, tea seed at the rate 150 gram/20 liter of water and antagonistic bacteria No.33 showed disease severity 21.00, 22.57, 22.97 and 30.07%, respectively. For the experiment in wet season 2009, there was not significantly different among treatments. The result showed tea seed at the rate 150 gram/20 liter of water, antagonistic bacteria No.9, tea seed at the rate 250 gram/20 liter of water, antagonistic bacteria No.33, control treatment (water spray) and antagonistic bacteria No.4 gave the disease severity 18.55, 18.63, 18.68, 19.82, 20.76 and 21.05%, respectively.
เอกสารแนบ: https://agkb.lib.ku.ac.th/rd/search_detail/result/329566
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย (CC BY-SA 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: กรมการข้าว
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
ประสิทธิภาพของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์และสารจากพืชบางชนิดในการควบคุมโรคเมล็ดด่างของข้าว
กรมการข้าว
ไม่ระบุวันที่เผยแพร่
เอกสารแนบ 1
กรมการข้าว
การใช้ผงเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ในการควบคุมโรคเมล็ดด่างในข้าว ประสิทธิภาพของสารป้องกันกำจัดโรคพืชบางชนิดในการควบคุมโรคเมล็ดด่างของข้าว แป้งข้าวก่ำดัดแปรและผลิตภัณฑ์จากข้าวก่ำเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพ เชิงป้องกัน ข้าวให้พลังงานผสานคุณค่าอาหาร การพัฒนากระบวนการต้นแบบในการทดสอบพันธุ์ข้าวลูกผสม การติดตามตรวจสอบสารกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนในอากาศริมถนนโดยใช้ใบไม้ในเขตจังหวัดนนทบุรี สรุปชุดโครงการวิจัย การเฝ้าระวังการดื้อสารต้านจุลชีพของเชื้อแบคทีเรียและการศึกษากลไกทางเภสัชเพื่อกำหนดการใช้สารต้านจุลชีพในสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ปีงบประมาณ 2546 - 2548 การใช้ผงเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis ร่วมกับสารป้องกันกำจัดโรคพืชในการควบคุมโรคเมล็ดด่างของข้าว ประสิทธิภาพของสารกำจัดเชื้อรา Prochloraz, Propiconazole + Difenoconazole และเชื้อแอกติโนไมซีสต์ ในการควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคเมล็ดด่างของข้าว ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของเชื้อรา Curvularia lunata สาเหตุโรคเมล็ดด่างข้าวด้วย การวิเคราะห์ดีเอ็นเอบริเวณ ITS rDNA และเครื่องหมาย ISSR

แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย (CC BY-SA 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก