สืบค้นงานวิจัย
ผลของอายุและน้ำหนักของสัตว์ตั้งท้องต่อความสมบูรณ์พันธุ์ ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ การเจริญเติบโตของฟีตัสและสัตว์หลังคลอด รวมทั้งคุณภาพซาก
ดวงกมล สุวรรณฤทธิ์ - มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ชื่อเรื่อง: ผลของอายุและน้ำหนักของสัตว์ตั้งท้องต่อความสมบูรณ์พันธุ์ ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ การเจริญเติบโตของฟีตัสและสัตว์หลังคลอด รวมทั้งคุณภาพซาก
ชื่อเรื่อง (EN): Effects of maternal age and weight on fertility, reproductive efficiency, fetal and postnatal growth and carcass quality.
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: ดวงกมล สุวรรณฤทธิ์
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ (EN): Duangkamon Suwannarit
คำสำคัญ:
คำสำคัญ (EN):
บทคัดย่อ: วัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้เพื่อศึกษารูปแบบการเจริญเติบโตหลังหย่านม ข้อมูลพื้นฐานด้านการสืบพันธุ์ของแพะเพศเมียพันธุ์พื้นเมืองไทย เปรียบเทียบผลของอายุและน้ำหนักที่มีต่อการประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ของแพะพื้นเมืองไทย และพัฒนาเทคโนโลยีเหนี่ยวนำการเป็นสัดและกระตุ้นการตกไข่สำหรับแพะพื้นเมืองไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวางแผนงานวิจัยเป็น 3 การทดลอง แผนงานวิจัยที่ 1 ศึกษาการเจริญเติบโตหลังหย่านมของแพะพื้นเมืองไทยเพศเมีย โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงอายุ คือ ช่วงที่ 1 อายุ 3–6 เดือน, ช่วงที่ 2 อายุ 7-10 เดือน และช่วงที่ 3 อายุ 11-27 เดือน พบว่าแพะในช่วงอายุดังกล่าวมีอัตราการเจริญเติบโตสูงขึ้น โดยสามารถคำนวณเป็นค่าสมการเชิงเส้น ดังนี้ y1 = 0.7168x + 7.2636; R12 = 0.9067, y2 = 1.692x + 9.61; R22 = 0.955, และ y3 = 0.5933x + 16.099; R32 = 0.9861 ตามลำดับ แผนการวิจัยที่ 2 ศึกษาผลของอายุและน้ำหนักที่มีต่ออัตราการตกไข่ และการตอบสนองต่อการเหนี่ยวนำการเป็นสัดโดยใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์ร่วมกับพีเอ็มเอสจีและพรอสตาแกลนดินในแพะพื้นเมืองไทย ก่อนเริ่มทำการทดลอง จัดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 3 ตัว ตามอายุและน้ำหนักที่แตกต่างกัน (P6 มม.), กลาง (3-6 มม.) และเล็ก (0.05) แพะทุกตัวแสดงอาการเป็นสัดภายหลังจากถอนฮอร์โมนทุกตัว ซึ่งแพะกลุ่มที่ 1 และ 2 แสดงอาการเป็นสัดหลังจากถอนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเฉลี่ย 44?4 และ 40?10.6 ชั่วโมง ตามลำดับ แผนงานวิจัยที่ 3 ใช้แพะพื้นเมืองไทยเพศเมียระยะก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จำนวน 10 ตัว อายุเฉลี่ย 76.8?1.7 วัน และน้ำหนักเฉลี่ย 11.0?0.6 กิโลกรัม ตามลำดับ ทำการผ่าตัดแพะเพศผู้พันธุ์ซาแนนจำนวน 1 ตัว ซึ่งผ่าโดยวิธีมาตรฐานสากล หลังจากนั้นจึงนำเข้าสู่ฝูงเพศเมียเพื่อใช้ตรวจสอบพฤติกรรมเป็นสัดทุกวัน วันละสองครั้ง เป็นเวลา 270 วัน ผลจากการศึกษาครั้งนี้ สามารถจำแนกแพะเพศเมียออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่หนึ่งเป็นแพะที่แสดงอาการเป็นสัดครั้งแรกภายใน 60 วัน (7/10; 70%) และกลุ่มที่สองแพะที่แสดงอาการเป็นสัดครั้งแรกภายหลัง 60 วัน (3/10; 30%) โดยอายุที่แสดงอาการเป็นสัดครั้งแรกของแพะกลุ่มที่ 1 และ 2 เฉลี่ยเท่ากับ 260.9?5.6 และ 316.7 ? 27.5 วัน (P0.05) ค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวของแพะที่แสดงอาการเป็นสัดครั้งแรกของแพะสาวเฉลี่ย 19.1?0.9 กิโลกรัม จำนวนครั้งที่แสดงการเป็นสัดของแพะกลุ่มที่ 1 มากกว่ากลุ่มที่ 2 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.7?0.4 และ 3.4?0.3 ครั้ง ตามลำดับ วงรอบเป็นสัดของแพะกลุ่มที่ 1 และ 2 เท่ากับ 20.8?0.3 และ 20.2?0.4 วัน ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยของทั้งหมดเท่ากับ 20.6?0.3 วัน โดยทั้งสองกลุ่มมีระยะเวลาที่แสดงอาการเป็นสัดในแต่ละครั้งไม่แตกต่างกัน (22.6?1.1 และ 22.7?1.3 ชั่วโมง ตามลำดับ) ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 22.5?0.7 ชั่วโมง จากการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างอายุและน้ำหนักเมื่อเป็นสัดครั้งแรกพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การนำแพะเพศผู้ที่ผ่านการผ่าตัดท่อน้ำเชื้อเข้าไปคุมฝูงแพะเพศเมียระยะก่อนวัยเจริญพันธุ์นั้น สามารถช่วยกระตุ้นการแสดงออกของพฤติกรรมการเป็นสัดและการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้เร็วขึ้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการจัดการสืบพันธุ์ในฝูงผสมพันธุ์แพะพื้นเมืองได้เป็นอย่างดี สรุปผลการศึกษา การเจริญของแพะหลังหย่านมสูงขึ้นตามระยะเวลา และจะมีอัตราการเจริญที่ลดลงเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น เมื่อทำการเปรียบเทียบผลของอายุและน้ำหนักโดยดูจากการตอบสนองต่อฮอร์โมนตามโปรแกรม Short term progesterone พบว่าโปรแกรมฮอร์โมนที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้สามารถเหนี่ยวนำการเป็นสัด (100%) และการตกไข่ในแพะพื้นเมืองไทยได้ นอกจากนี้แพะกลุ่มที่มีอายุ 2 ปี จะมีการตอบสนองต่อการกระตุ้นการตกไข่ได้ดีกว่าแพะอายุ 7 เดือน (P<0.05) โดยไม่มีผลต่อจำนวนของฟอลลิเคิลและการแสดงอาการเป็นสัด ซึ่งการนำแพะเพศผู้ที่ผ่านการผ่าตัดท่อน้ำเชื้อสามารถนำไปคุมฝูงแพะเพศเมียระยะก่อนวัยเจริญพันธุ์สามารถกระตุ้นการแสดงออกของพฤติกรรมการเป็นสัดและการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้เร็วขึ้น สามารถใช้เป็นแนวทางนำไปประยุกต์สำหรับการจัดการสืบพันธุ์ในฝูงผสมพันธุ์แพะพื้นเมืองไทยได้เป็นอย่างดี
บทคัดย่อ (EN): The objectives of this research project were to study on post-weaning growth of Thai-native does, to compare the effects of age and bodyweight on reproductive efficiency in Thai-native does, including to apply the estrus synchronization and ovulation technology to improve the reproductive efficiency in Thai-native does. The research project were invided into 3 experiments. Experiment 1: Study on post-weaning growth of Thai-native does. The body weight were recorded for 3 age periods from 3-6, 7-10 and 11-27 months, respectively. The data were calculated for growth linear equation as follow y1 = 0.7168x + 7.2636; R12 = 0.9067, y2 = 1.692x + 9.61; R22 = 0.955, and y3 = 0.5933x + 16.099; R32 = 0.9861, respectively. Experiment 2: the effects of age and bodyweight on ovulation rate and estrous synchronization efficiency in Thai-native does using progestagen combined with PMSG and prostaglandin administration in Thai-native does. The female Thai-native does were devides into 2 groups. Group 1: 2 years age does, the average body weight were 23.58?1.75 Kg. Group 2: 7 months age does, the average body weight were 15.25?0.88 Kg. After the sponge medroxyprogesterone acetate (MAP) 60 mg were vaginally inserted for 7 days, all does were performed by intra muscular injection for PMSG (Synchrogest PMSG?, Spain) 300 IU, then injected prostaglandin (Lutalyse?, intervet) 10 mg on day 6 after sponge insertion. The ovulation rate were compare using laparotomy on 24, 48, 72 and 96 hours after sponge removal. The number of corpus haemorrhagicum (CH) and corpus luteum (CL) were appeared on the ovarian tissue. The results showed that the age and body weight were affect to the number of CH in 24, 48 and 72 hours (P 6 mm), medium (3-6 mm) and small (0.05). All does expressed estrous behavior after sponge removal. The average time interval between sponge removal and onset of estrous in group 1 and 2 were 44?4 and 40?10.6 hours, respectively (P>0.05). Experiment 3: The objectives of this study were to apply vasectomized buck as a means for estrus and puberty induction in Thai-native goat. Ten female prepubertal goats were used with the average age and body weight of 76.8 ? 1.7 days and 11.0 ? 0.6 Kg respectively. A matured Saanen buck was vasectomized by standard surgery and introduced to the prepubertal goats. The heat detection and estrous behavior were routinely determined twice daily during the peripubertal period (270 days). The majority of female goats (7/10) exhibited the first estrus within 60 days (group I) and the others (3/10) exhibited 60 days later (group II). Age at the first estrus was less (P<0.05) in group I as compared to group II (260.9 ? 5.6 vs. 316.7 ? 27.5 days), with the average age of 277.6 ? 11.7 days. Body weight at the first estrus was not differed (19.6 ? 1.1 and 17.8 ? 1.8 Kg), with the average body weight of 19.1 ? 0.9 Kg. The number of estrous cycle in group I was greater (P<0.05) than group II (6.7 ? 0.4 vs 3.4 ? 0.3 cycle). Length of the estrous cycle in group I and II were 20.8 ? 0.3 and 20.2 ? 0.4 days respectively, with the average cycle of 20.6 ? 0.3 days. Duration of estrus was not differed between the two groups (22.6 ? 1.1 and 22.7 ? 1.3 hours) with the average of 22.5 ? 0.7 hours. There were no relationship between age and body weight at the first estrus. These data, described herein, indicate that the introduction of vasectomized buck to the prepubertal female goats can be used to stimulate estrous behavior and puberty of Thai-native goat and subsequently applied for reproductive management routine Summary and implication for this study, the post-weaning body weight of Thai-native does were increased throughout the time recorded. However, the growth rate were decreased when the aged approach adult. The short term progesterone protocol could be applied to improve estrous synchronization and ovulation in Thai-native does. Furthermore, 2 years-does were higher sensitivity for short term progesterone protocol than 7 months-does (P<0.05), but no effect to the number of follicles and estrous behavior. The introduction of vasectomized buck to the prepubertal female goats could be used to stimulate estrous behavior and puberty of Thai-native goat and subsequent apply for reproductive management routine.
ชื่อแหล่งทุน: เงินงบประมาณแผ่นดิน
จำนวนเงินตามสัญญารับงานวิจัย: 187,500.00
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2550
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2552
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย (CC BY-SA 3.0 TH)
ช่วงเวลาที่รวบรวมข้อมูล: 2550-2552
ปีที่ได้รับงบประมาณ (ระบุได้มากกว่า 1 ปี): 2551
ประเภทชิ้นงาน: การวิจัยประยุกต์
เผยแพร่โดย: มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
ผลของอายุและน้ำหนักของสัตว์ตั้งท้องต่อความสมบูรณ์พันธุ์ ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ การเจริญเติบโตของฟีตัสและสัตว์หลังคลอด รวมทั้งคุณภาพซาก
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
2552
การแสดงออกของจีนที่เกี่ยวข้องในช่วงการตกไข่ของสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กโดยใช้เทคนิคทางชีววิทยาโมเลกุล อิทธิพลของยีน IGF-II ต่อลักษณะการเจริญเติบโต คุณภาพซากและคุณภาพเนื้อของสุกรพันธุ์กระโดน ประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ของแม่พันธุ์ปูแสม Episesarma singaporense (Tweedie, 1936) ที่เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติและอาหารสำเร็จรูป ผลของการจำกัดแสงในช่วงระยะเจริญเติบโตที่มีต่อสมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ของห่านพันธุ์จีน ผลของการเก็บรักษาไรแดงต่อการเจริญเติบโตของปลา การตรวจหา Quantitative Trait Loci ที่มีอิทธิพลต่อความสมบูรณ์พันธุ์ในโคนม ผลการเสริมกากมะพร้าวและใบกระถินเทพาป่นในสูตรอาหารต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพซากของปลานิล การศึกษารูปแบบการเลี้ยงไก่งวงต่อคุณภาพซาก อายุที่เหมาะสมของแม่พันธุ์ในการเพาะพันธุ์ปลาชะโอน การทดสอบผลความหนาแน่น 3 ระดับ ต่อการเจริญเติบโตและอัตรารอดตายของกุ้งแชบ๊วยพันธุ์ปรับปรุงและพันธุ์จากธรรมชาติ ในบ่อซีเมนต์

แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย (CC BY-SA 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก