สืบค้นงานวิจัย
โครงการวิจัยการศึกษาระบบการผลิตสับปะรด
ชูศักดิ์ สัจจพงษ์ - กรมวิชาการเกษตร
ชื่อเรื่อง: โครงการวิจัยการศึกษาระบบการผลิตสับปะรด
ชื่อเรื่อง (EN): The Study on Pineapple Production System
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: ชูศักดิ์ สัจจพงษ์
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย: ชูศักดิ์ สัจจพงษ์
คำสำคัญ:
บทคัดย่อ: การปลูกสับปะรดในแหล่งปลูกสำคัญของไทยมักประสบปัญหาสับปะรดขาดน้ำในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง และในช่วงฤดูแล้งซึ่งมีระยะเวลายาวนาน ทำให้กระทบต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของสับปะรด นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านโรคพืชโดยเฉพาะโรคเหี่ยวที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญต่อการปลูกสับปะรดในปัจจุบันกำลังมีการแพร่ระบาดในแหล่งปลูกที่สำคัญ เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี รวมทั้งภาคตะวันออกเช่นจังหวัดระยอง และตราด ดังนั้นจึงได้ทำการศึกษาระบบการผลิตสับปะรด ประกอบด้วย 2 กิจกรรมได้แก่กิจกรรมที่ 1 ศึกษาระบบการผลิตสับปะรดด้วยการจัดการน้ำและปุ๋ย กิจกรรมที่ 2 ศึกษาระบบการผลิตสับปะรดเพื่อแก้ปัญหาโรคเหี่ยวของเหี่ยวของสับปะรด วัตถุประสงค์เพื่อหาเทคโนโลยีการให้น้ำ การให้ปุ๋ย การใช้วัสดุคลุมดิน จำนวนต้นปลูกต่อไร่ที่เหมาะสม การกระจายการผลิต ต้นแบบเครื่องหยอดปุ๋ยสับปะรด วิธีป้องกันกำจัดไวรัสสาเหตุโรคเหี่ยว วิธีกำจัดต้นสับปะรดที่เป็นโรคจากเชื้อไวรัส วิธีคัดเลือกหน่อพันธุ์ที่ปลอดภัยจากเชื้อสาเหตุในระดับแปลง วิธีขยายพันธุ์หน่อพันธุ์ที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส สาเหตุโรคเหี่ยว และหาข้อมูลการถ่ายทอดโรคเหี่ยวสับปะรดโดยเพลี้ยแป้ง ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 ถึงเดือนกันยายน 2553 ผลการทดลองกิจกรรมที่ 1 พบว่า การให้น้ำกับสับปะรดด้วยระบบSprinkler ควรใช้ความถี่การให้น้ำช่วง 7-14 วัน ส่วนปริมาณน้ำที่ให้คำนวณโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์การใช้น้ำ(Kc)เท่ากับ 0.45 เพียงพอ สำหรับสับปะรด การให้น้ำด้วยระบบมินิสปริงเกลอร์และน้ำหยดทำให้สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียให้ผลผลิต 10.64 และ 10.24 ตัน/ไร่ สูงกว่าการไม่ให้น้ำ 25.03 และ 20.32 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ การให้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-6-15 อัตราที่เหมาะสมที่สุดคือ 50 กรัม /ต้น/ฤดู การใช้กากตะกอนหม้อกรองเป็นวัสดุคลุมดินกับสับปะรดพันธุ์ตราดสีทองทำให้ได้ผลผลิตมากที่สุดเฉลี่ย 7.20 ตัน/ไร่ มากกว่าการไม่คลุมดิน 9.81% แต่ไม่แตกต่างจากการใช้พลาสติกดำ ฟางข้าวและแกลบดิบเป็นวัสดุคลุมดิน ซึ่งให้ผลผลิตเฉลี่ย 7.11 6.88 และ 6.86 ตัน/ไร่ มากกว่าการไม่คลุมดิน 8.48 4.96 และ4.57 % ตามลำดับ จำนวนต้นที่เหมาะสมสำหรับสับปะรดพันธุ์ตราดสีทองคือ 7,500 ต้น/ไร่ (ระยะปลูก 30x50x90 ซม.) ได้พัฒนาต้นแบบเครื่องหยอดปุ๋ยสำหรับสับปะรดแบบรถเข็น 1แบบ หยอดปุ๋ยได้ครั้งละ 4 ต้น ทำงานเฉลี่ย 0.39 ไร่/ชั่วโมง ความถูกต้องของการหยอด 87% กิจกรรมที่ 2 ศึกษาระบบการผลิตสับปะรดเพื่อแก้ปัญหาโรคเหี่ยวของสับปะรด ผลการทดลอง พบว่าการใช้น้ำร้อนเพื่อควบคุมโรคใช้หน่อที่มีเชื้อมาแช่ด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 45, 50 และ 55?ซ นาน 30, 60 และ 120 นาที เมื่อนำมาปลูกมีการเจริญไม่ต่างกับหน่อที่ไม่แช่น้ำร้อน และตรวจหาเชื้อสาเหตุก่อนบังคับดอกพบว่าการแช่น้ำร้อนอุณหภูมิ 45?ซ นาน 120 นาที 50?ซ นาน 60นาที 55?ซ นาน 30 60 และ 120 นาที พบต้นปลอดโรค 10 20 5 5 และ 15% ตามลำดับ การป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งที่ติดมากับหน่อพันธุ์ได้นาน 35 วันเมื่อชุบหน่อพันธุ์ด้วย dinotefuran, thiamethoxam และ imidacloprid อัตรา 50, 4 และ 4 กรัม/น้ำ 20 ลิตรตามลำดับ หน่อพันธุ์ที่ห่างจากต้นเป็นโรคในระยะ 2 – 10 เมตร เมื่อนำมาปลูกยังพบการแสดงอาการของโรค ส่วนต้นเป็นโรคกำจัดได้ด้วยการพ่นพาราควอท หรือไกลโฟเสทความเข้มข้น 90 และ260 กรัมสารออกฤทธิ์ต่อไร่ตามลำดับ การถ่ายทอดไวรัส PMWaV-1 ลงบนเพลี้ยแป้งสีชมพูวัย 2 – 3 ติดต่อกัน 3 วันแล้วปล่อยลงบนต้นสับปะรด 3 วัน แล้วตรวจหาเชื้อด้วยเทคนิค RT-PCR ไม่พบเชื้อและต้นไม่แสดงอาการ แต่ถ้าเพลี้ยแป้งได้รับเชื้อ PMWaV-1 หรือ PMWaV-2 ติดต่อกัน 3 วัน แล้วปล่อยลงบนต้นสับปะรด 5 วัน พบการแสดงอาการหลังถ่ายทอดเชื้อ 4 เดือน การผลิตหน่อพันธุ์ปลอดโรคโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถชักนำให้เกิดยอดได้บนอาหารสูตร MS ที่มี BA 1 ppm และชักนำให้เกิดรากบนอาหารสูตร MS ที่มี IBA 0.5 ppm
บทคัดย่อ (EN): Pineapple plantation has serious problems during the drought period and dry season and this can cause the impact on growth and yield. Furthermore wilt disease is also an important problems which can be spread in the growing areas such as Prachuap Khiri Khan , Petchaburi Province including east coast such as Rayong and Trad Province. Therefore we have to study on pineapple production system. They are consist of two activities. Activity I; The Study on Pineapple Production System by Water and Fertilizer Management, Activity II; Research on Pineapple Production System for Eradication of Wilt Disease. Activity I dealt with water and fertilizer management through their appropriate application methods, utilization of mulching materials, planting population and fertilizer applicator development for pineapple Activity II Study on pineapple production system for solving wilt disease by research on control measure of virus causing wilt disease, method of eliminate virus in infected pineapple plants, selection and propagation of pineapple suckers free from Pineapple mealybug wilt-associated virus, transmission of Pineapple mealybug wilt-associated virus by mealybug. Conducted between October 2005 to September 2010 Experiment at Research and Development of Agricultural Production factors Khon Kaen, Agricultural Research and Development Center Khon Kaen, Agricultural Research and Development Center Nakhon Phanom, Agricultural Research and Development Center Petchaburi, Chanthaburi Horticultural Research Center, Office of Agricultural Research and Development Region 8, and Agricultural Engineering Research Institute. The results of activities I indicated that 7-14 day irrigation intervals by sprinkler system (using Kc = 0.45 in calculation of water Quantity) was more appropriate for pineapple water requirement. Through the utilization of mini-sprinkler system and drip irrigation, the production of Pattawia pineapple was 10.64 and 10.24 ton/rai which was approximately 25 and 20% higher than a non-irrigated plot, respectively. Fertilizer grade 12-6-15 at the rate of 50 gram/plant/year was found appropriate in the study. The utilization of filter cake as a mulching material for Trad Sithong pineapple variety resulted the highest pineapple yield of 7.20 ton/rai which was approximately 10% higher than bare soil, but was not different from the utilization of black plastic sheet, rice straw and rice husk as the mulching materials. In this study plant density of 7,500 plant/rai was also found appropriate for Trad Sithong pineapple variety. Fortunately, a 4-plant fertilizer applicator was developed in the Part I study. It could fertilize the pineapple field at the rate of 0.39 rai/hr. with 87% of accuracy. In Part II, Study on pineapple production system for solving wilt disease. The results showed that heat treatments for eliminating virus in infected plants by soaking suckers at 45, 50 and 55 oC for 30, 60 and 120 min. After planting, the pineapple growth of treated and non treated with hot water were not different. The detection of virus in pineapple plants before forcing of heat treatment at 45oC for 120 min, 50 oC for 60 min, 55 oC for 30, 60 and 120 min revealed 10, 20, ,5, 5 and 15% of disease -free plants, respectively. The control of mealybug infested in suckers by soaking in insecticides : dinotefuran, thiamethoxam and imidacloprid at ratio of 50, 4 and 4 g/20 liter, respectively can be efficacious for 35 days. The pineapple plants apart from infected plants 2-10 meters were still showed wilt symptom after re-planting. The infected plants were eliminated with pesticides : paraquat or glyphosate at 90 and 260 g (ai)/rai, respectively. The transmission of virus (PMWaV-1, PMWaV-2) by pink mealybug at 2nd-3 rd instar using acquisition feeding period for 3 days and transmission feeding period for 5 days, the disease symptom was appeared after 4 months of transmission. The propagation of pineapple suckers free from virus using tissue culture techniques were successful when plantlets were induced in MS medium adding BA 1 ppm and rooting induction was MS medium plus IBA 0.5 ppm.
ชื่อแหล่งทุน: งบประมาณแผ่นดิน
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2548-10-01
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2553-09-30
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: กรมวิชาการเกษตร
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
โครงการวิจัยการศึกษาระบบการผลิตสับปะรด
กรมวิชาการเกษตร
30 กันยายน 2553
สภาพการผลิตสับปะรดจังหวัดหนองคาย การผลิตและการตลาดสับปะรด จังหวัดเพชรบุรี โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสับปะรด การศึกษาระบบการผลิตและการตลาดของกะหล่ำปลี โครงการวิจัยและพัฒนาเครื่องปลูกสับปะรดแบบพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ในระดับเกษตรกร การพัฒนาวิธีการผลิตหน่อพันธุ์สับปะรดผลสดเพื่อการส่งออก ปัจจัยบางประการที่เกี่ยวข้องกับการกระจายผลผลิตสับปะรดของเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี การผลิตและการตลาดสับปะรดในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย การผลิตสับปะรดของเกษตรกรภายใต้ระบบตลาดข้อตกลงในจังหวัดชลบุรี ปี พ.ศ. 2538 โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์สับปะรด

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก