สืบค้นงานวิจัย
โครงการวิจัยการคัดเลือกพันธุ์และพัฒนาระบบการจัดการการปลูกกุหลาบในโรงเรือน
สิรินทร์รัตน์ ผู้ยอดยิ่ง, ดารารัตน์ ทิมทอง - สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
ชื่อเรื่อง: โครงการวิจัยการคัดเลือกพันธุ์และพัฒนาระบบการจัดการการปลูกกุหลาบในโรงเรือน
ชื่อเรื่อง (EN): Integrated Research on Enhancing the Efficiency of Rose Production in Royal Project Foundation
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย:
คำสำคัญ:
บทคัดย่อ: โครงการศึกษาระบบการจัดการภายในโรงเรือนที่เหมาะสมกับกุหลาบ ดาเนินการทดลองจานวน 2 การทดลองได้แก่ การทดลองที่ 1 การศึกษาระบบการจัดการภายในโรงเรือนที่เหมาะสมกับกุหลาบ ดาเนินการทดสอบในพื นที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อาเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเดือน สิงหาคม – พฤศจิกายน 2560 วางแผนการทดลองแบบ Factorial in RCBD 2x3x2 ประกอบด้วย 3 ปัจจัย ได้แก่ ได้แก่ ปัจจัยที่ 1 พันธุ์กุหลาบ (พันธุ์ Royal Baccara และ พันธุ์ Happy Day) ปัจจัยที่ 2 แหล่งกาเนิดของแสง (แสงอาทิตย์ หลอด LED Grow light 12 วัตต์ และ 45 วัตต์) และปัจจัยที่ 3 สูตรปุ๋ย 2 สูตร คือสูตร 1 (Stock A : NH4H2PO4 9.6 kg, KNO3 6.6 kg, MgSO4 7H2O 4.6 kg และ Unilate 500 g Stock B : Ca(NO3)2H2O 15.4 kg และ KNO3 6.6 kg) และสูตร 2 (Stock A : MgSO4 7H2O 4.6 kg และ Unilate 500 g Stock B : Ca(NO3)2H2O 15.4 kg) โดยปุ๋ยจะให้ไปพร้อมกับนาในระบบนาหยด ผลวิเคราะห์ตัวอย่างนาและวัสดุปลูกก่อนปลูก พบว่าค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของนามีสภาพเป็นกลาง คือ 7.3 และ ค่า EC ของนาอยู่ที่ระดับ 0.2 mS/cm ค่าวิเคราะห์วัสดุปลูกในแปลงกุหลาบมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของวัสดุปลูกเป็นกรดจัดมาก (4.71-4.94) อินทรียวัตถุอยู่ในระดับสูงมาก (7.59-11.46 %) ปริมาณไนโตรเจนอยู่ในระดับสูงมาก (0.35-0.52 %) ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์สูงมาก (152.16-160.03 mg/kg) และมีค่าโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้สูงมาก (148.10-153.11 mg/kg) ผลการทดลอง พบว่า ที่ระยะ 20 สัปดาห์หลังจากได้รับกรรมวิธีทดลอง การปลูกกุหลาบพันธุ์ Royal Baccara ร่วมกับการใช้แสงจากหลอด LED Grow Light 12 วัตต์ และปุ๋ยสูตรที่ 2 มีจานวนกิ่ง 5.93 กิ่ง/ต้น จานวนดอก 6.06 ดอก/ต้น อายุปักแจกัน 8.00 วัน และผลผลิต คือ 9.71 ดอก/ตร.ม./เดือน อย่างไรก็ตามแหล่งกาเนิดแสง และสูตรปุ๋ยไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติต่อการเจริญเติบโต และคุณภาพผลผลิต การทดลองที่ 2 การศึกษาสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมสาหรับการเจริญเติบโตและคุณภาพดอกกุหลาบ ทาการทดลอง ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อาเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเดือนเมษายน – เดือนกรกฎาคม 2560 โดยปลูกกุหลาบพันธุ์ Royal Baccara และพันธุ์ La Perla ในวัสดุปลูก (แกลบและขุยมะพร้าว) ร่วมกับสูตรปุ๋ย 2 สูตร คือสูตร 1 (Stock A : NH4H2PO4 9.6 kg, KNO3 6.6 kg, MgSO4 7H2O 4.6 kg และ Unilate 500 g Stock B : Ca(NO3)2H2O 15.4 kg และ KNO3 6.6 kg) และสูตร 2 (Stock A : MgSO4 7H2O 4.6 kg และ Unilate 500 g Stock B : Ca(NO3)2H2O 15.4 kg) โดยปุ๋ยจะให้ไปพร้อมกับนาในระบบนาหยด ผลวิเคราะห์ตัวอย่างนาและวัสดุปลูกก่อนปลูก พบว่าค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของนามีสภาพเป็นกลาง คือ 7.2 และ ค่า EC ของนาอยู่ที่ระดับ 0.11 mS/cm ค่าวิเคราะห์วัสดุปลูกในแปลงกุหลาบมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของวัสดุปลูกเป็นกรดจัด (5.39) อินทรียวัตถุอยู่ในระดับสูงมาก (13.23 %) ปริมาณไนโตรเจนอยู่ในระดับสูงมาก (0.58 %) ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์สูงมาก (349.98 mg/kg) และมีค่าโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้สูงมาก (1,940.33 mg/kg) ผลการทดลอง พบว่า ที่ระยะ 16 สัปดาห์หลังจากได้รับกรรมวิธีทดลอง การเจริญเติบโตของกุหลาบในด้านของความสูงต้น จานวนกิ่งต่อต้น ขนาดทรงพุ่ม จานวนดอกต่อต้น และจานวนกลีบต่อดอก ไม่มีความแตกต่างกันในแต่ละกรรมวิธีทดลอง แต่ในส่วนของจานวนดอกต่อต้น และจานวนกลีบต่อดอก พบว่า การปลูกกุหลาบพันธุ์ La Perla ร่วมกับการให้ปุ๋ยสูตร 1 ให้จานวนดอกต่อต้น และจานวนกลีบต่อดอกมากที่สุด
บทคัดย่อ (EN): Study the greenhouse and management system suitable for rose was carried out in 2 experiments as follows: Experiment 1: Study on greenhouses management system suitable for rose were operated in Royal Agricultural Station Inthanon, Chomthong, Chiang Mai during the period from August – December 2017. The varieties of rose investigated in this study including; Royal Baccara and Happy Day which were evaluated in supplemental lighting at two different levels (LED Grow light 12 and 45 watt) compare with sunshine combined with two fertilizers formulation (formula 1 (Stock A : NH4H2PO4 9.6 kg, KNO3 6.6 kg, MgSO4 7H2O 4.6 kg and Unilate 500 g Stock B : Ca(NO3)2H2O 15.4 kg and KNO3 6.6 kg) and formula 2 (Stock A : MgSO4 7H2O 4.6 kg and Unilate 500 g Stock B : Ca(NO3)2H2O 15.4 kg). Water samples were analyzed pH and EC. The result showed that pH were moderate (7.3) and electrical conductivity (EC) 0.2 mS/cm. Soil samples were collected to analyze soil properties such as pH, OM, N, P and K. The result showed that pH acidic too high (4.71-4.94), organic matter (OM) were very high (7.59-11.46 %), Nitrogen (Total N), Phosphorus (Available-P) and Potassium exchangeable (Exch-K) were very high (0.35-0.52 %, 152.16-160.03 mg/kg and 148.10-153.11 mg/kg). At 20 weeks after treatment, the results showed that Royal Baccara + LED Grow Light 12 W + fertilizer formulation 1 gave the most number of the numbers of branches (5.93 branches per plan), the numbers of flower (6.06 flower per plant), vase life (8.00 days) and yield of rose (9.71 flowers/m2/month). However, it was found that the growth and quality of flowers were not significant different. Experiment 2: The study was to examine the fertilizer formulation suitable for growth and quality of roses. Plants were planted in substrates (rice husk and coconut dust) by drip system. Two varieties of roses i.e., Royal Baccara and La Pela combined with two fertilizers formulation (formula 1 (Stock A : NH4H2PO4 9.6 kg, KNO3 6.6 kg, MgSO4 7H2O 4.6 kg and Unilate 500 g Stock B : Ca(NO3)2H2O 15.4 kg and KNO3 6.6 kg) and formula 2 (Stock A : MgSO4 7H2O 4.6 kg and Unilate 500 g Stock B : Ca(NO3)2H2O 15.4 kg)) were evaluated during April-July 2017 at Royal Agricultural Station Angkhang, Fang, Chiang Mai. Water samples were analyzed pH and EC. The result showed that - 10 - pH were moderate (7.2) and electrical conductivity (EC) 0.11 mS/cm. Soil samples were collected to analyze soil properties such as pH, OM, N, P and K. The result showed that pH acidic too high (5.39), organic matter (OM) were very high (13.23 %), Nitrogen (Total N), Phosphorus (Available-P) and Potassium exchangeable (Exch-K) were very high (0.58 %, 349.98 mg/kg and 1,940.33 mg/kg). At 16 weeks after treatment, the results showed that growth of roses in term of plant height, the number of branches/plant, plant width, number of flower/plant and number of petals were not significant different between treatments. However, it was found that La Perla combined with fertilizer formulation 1 gave the most number of flower/plant and number of petals. Keywords: management system, greenhouse, rose, fertilizer formulation
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2559-10-01
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2560-09-30
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
โครงการวิจัยการคัดเลือกพันธุ์และพัฒนาระบบการจัดการการปลูกกุหลาบในโรงเรือน
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
30 กันยายน 2560
โครงการศึกษารูปแบบโรงเรือนและระบบการจัดการที่เหมาะสมสำหรับการปลูกกุหลาบ ชุดโครงการวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตกุหลาบบนพื้นที่สูง โครงการย่อยที่ 2 การศึกษาและทดสอบกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ การผลิตสตรอเบอรี่นอกฤดูในโรงเรือนในจังหวัดอุบลราชธานี ชุดโครงการศึกษาเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดของดอกกุหลาบ โครงการย่อยที่ 1 การศึกษาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มคุณภาพกุหลาบ โครงการศึกษาและทดสอบกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตต้นกระจูดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน การพัฒนาระบบการเก็บรักษาของดอกกุหลาบในเชิงการค้า การพัฒนาระบบการเก็บรักษาของดอกกุหลาบในเชิงการค้า (ระยะที่ 1) โครงการวิจัยและพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มคุณภาพผลผลิตพืชในโรงเรือน การออกแบบเตาผลิตไอน้ำเคลื่อนที่ได้สำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก