สืบค้นงานวิจัย
ชุดโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเศรษฐกิจในกระชัง จังหวัดนครพนม เพื่อผลิตอาหารปลาเศรษฐกิจจากใส้เดือนดิน แบบครบวงจร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กชกร เดชะคำภู - มหาวิทยาลัยนครพนม
ชื่อเรื่อง: ชุดโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเศรษฐกิจในกระชัง จังหวัดนครพนม เพื่อผลิตอาหารปลาเศรษฐกิจจากใส้เดือนดิน แบบครบวงจร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ชื่อเรื่อง (EN): The Development of Fish Farming Agriculturist Group of Fish Food Production from EarthWorm Follow in The Philosophy of Sufficiency Economy In Nakhon Phanom Province
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: กชกร เดชะคำภู
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย:
คำสำคัญ:
คำสำคัญ (EN):
บทคัดย่อ: งานวิจัยนี้มีวตัถุประสงค์(1) เพื่อศึกษาและรวมรวมภูมิปัญญาทอ้งถิ่นการเลี้ยงปลาในกระชัง (2) เพื่อศึกษาและพัฒนากระบวนการเลี้ยงไส้เดือนดินแบบครบวงจร (3) เพื่อผลิตอาหารเลี้ยงปลาจากไส้เดือนดิน (4) เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโต อัตราการอยู่รอด อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ และต้นทุนการผลิตของปลาเศรษฐกิจที่เลี้ยงด้วยสูตรอาหารที่ต่างกันโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และการวิจัยเชิงทดลอง การเลี้ยงไส้เดือนดิน เพื่อเป็นวัตถุดิบในการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยทดแทนโปรตีนจากปลาป่น โดยทดลองเลี้ยงปลาดุกด้วยสูตรอาหารแตกต่างกัน5 สูตร สูตรที่ 1 อาหารเม็ดสำเร็จรูป สูตรที่ 2 สูตรอาหารไส้เดือนทดแทนปลาป่น 100 เปอร์เซ็นต์ สูตรที่ 3 สูตรอาหารไส้เดือนทดแทนปลาป่น 75 เปอร์เซ็นต์ สูตรที่ 4 สูตรอาหารไส้เดือนทดแทนปลาป่น 50 เปอร์เซ็นต์ สูตรที่ 5 สูตรอาหารไส้เดือนทดแทนปลาป่น 25 เปอร์เซ็นต์โดยใช้แผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ (Randomized Complete Block Design : RCBD) โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 5 สิ่งทดลอง สิ่งทดลอง (Treatment) ละ 3 ซ้ำ ใช้ปลาดุกบิ๊กอุยจำนวน 3,000 ตัวแบ่งเลี้ยงในกระชัง จำนวน 15 กระชัง ๆ ละ 200 ระยะเวลาในการทดลอง 12 สัปดาห์ ผลการศึกษาภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาในกระชัง พบว่าการเลี้ยงปลาในกระชังเริ่มเข้ามาในชุมชนบ้านอาจสามารถ หลังจากที่มีการสร้างเขื่อน ประมาณ พ.ศ. 2538 ปลาที่นำมาเลี้ยงได้แก่ ปลาเผาะหัวแข็ง ปลาเผาะปากกว้าง ปลาสาย ปลาปาก และ ปากคัง โดยจับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยการทอดแห่ ลากอวน ไหล่มอง ซึ่ งจะปล่อยปลาทุกชนิดที่จับ ได้เลี้ยงอยู่กระชังเดียวกันอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาส่วนใหญ่เกษตรกรจะใชอ้าหารที่เหลือจากการบริโภคในครัวเรือน เช่น เศษอาหาร พืชผัก ผลไม้ ข้าวนึ่งสุก รำข้าวและ ปลายข้าวเลี้ยงปลาควบคู่กันไป การทดลองเลี้ยงไส้เดือนดิน พบว่าไส้เดือนดินสีแดง (ขี้ตาแร่) ที่เลี้ยงในบ่อซีเมนต์ในโรงเรือน สามารถเลี้ยง และขยายพนัธุ์ได้แต่มีปริมาณไม่เพียงพอต่อการผลิตสูตรอาหารเลี้ยงปลา 4 สูตร จึงนำไส้เดือนดินสีเทา ที่มีปริมาณมากในช่วงฤดูฝน และช่วงฤดูหนาว และไส้เดือนน้ำโขงที่มีปริมาณมากในช่วงน้ำลด เดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกายนของทุกปีมาเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารเลี้ยงปลา การศึกษาทดลองเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในกระชังด้วยสูตรอาหารที่ต่างกัน5 สูตร พบว่าปลาดุกบิ๊กอุยมีการเจริญเติบโตด้านน้ำหนักแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ(P<0.05) โดยสูตรอาหารไส้เดือนทดแทนปลาป่น 100 เปอร์เซ็นต์ทำให้ปลาดุกบิ๊กอุยเจริญเติบโตมากที่สุด(170 กรัม) ส่วนการเจริญเติบโตด้านความยาวไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ(P>0.05)โดยสูตรอาหารไส้เดือนทดแทนปลาป่น 100 เปอร์เซ็นต์ทำให้ปลาดุกบิ๊กอุยมีความยาวเฉลี่ยมากที่สุด ซึ่งปลาดุกบิ๊กอุยมีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อและอัตราการอยู่รอดไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.0) ในด้านต้นทุนค่าอาหาร และต้นทุนการผลิตปลาดุก มีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ(P<0.05) โดยสูตรอาหารไส้เดือนดินทดแทนปลาป่น 100 เปอร์เซ็นต์ทำให้ต้นทุนค่าอาหารและต้นทุนการผลิตปลาดุกต่ำที่สุด (300.71, 782.15 บาทต่อกระชัง ตามลำดับ )โดยปลาดุกที่เลี้ยงด้วยสูตรอาหารไส้เดือนทดแทนปลาป่น 100 เปอร์เซ็นต์ มีผลตอบแทนจากการลงทุนสูงที่สุด จึงสรุปได้ว่าการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในกระชังด้วยสูตรอาหารไส้เดือนทดแทนปลาป่น 100 เปอร์เซ็นต์ มีความเหมาะสมที่สุด
บทคัดย่อ (EN): This research aims at studying (1) the context and basic information of goods transportation in Nakhon Phanom Province connecting with Laos and Vietnam along Route No. 12, (2) problems and barriers against transporting goods crossing Thailand’s border to Laos and Vietnam along Route No. 12 and Route No. 9, (3) industrial goods exporting and importing through Nakhon Phanom to Laos and Vietnam along Route No. 12 and comparing to Route No. 9 through Mukdaharn to Laos and Vietnam, and (4) potential of transportation of Nakhon Phanom’s goods connecting with Laos and Vietnam along Route No. 12. The research used an exploratory research to study and analyse potential of network logistics management in Nakhon Phanom and Mukdaharn as a central of regional transportation. As a result of analyzing goods transportation data through Route No. 9, it was found that the goods which have the highest exporting value in 2007 were daily-used commodities, nonelectric machine, and energy goods, respectively. While, the goods which have the highest importing value were non-electric machine (recall) and textile, respectively. The significant goods of cross-border trade out-bound to Laos were agricultural industry goods, beverage and energy drink, non-electric machine and assembly, vehicles and assembly, and electric appliances. The significant goods of cross-border trade in-bound from Laos were mining goods, wood, sawed timber, metals, textile, vehicle and assembly. The goods transported along Route No. 12 which have the highest exporting value in 2008 were energy goods, construction materials, and vehicle and assembly, respectively. The goods which have the highest importing value are non-electric machine and assembly, wood, sawed timber and products, and vehicles and assembly, respectively. Moreover, the significant goods of out-bound cross-border trade were agricultural industry goods, beverage and energy drink, non-electric machine and assembly, vehicle and assembly, and electric appliances and assembly. While, the significant goods of in-bound cross-border trade from Laos were mining goods, wood, sawed timber, metals, textile, vehicles and assembly. The transportation of goods between Thailand and Laos at Nakhon Phanom Province is operated by trucks through using car ferry crossing the Mekong River at Nakhon Phanom Customs House. Time of transportation can be calculated from the time for transporting goods at both out-bound and in-bound sides which has an origin of truck transport at Nakhon Phanom Customs House for checking documents until the truck is released at Laos Customs House. The whole processes spend about 95 minutes (1 hours 35 minutes) for exporting from Nakhon Phanom to Tha Kak and about 85 minutes (1 hours 25 minutes) for importing from Tha Kak to Nakhon Phanom. Cost of goods transportation between Thailand and Laos by only car ferries at Nakhon Phanom is totally 1,880 Baht per a 10-wheel truck. At the present, the transportation of goods between Thailand and Laos at Mukdaharn is operated by using truck and crossing the 2nd Mekong River Bridge (Mukdaharn-Suwannakhet) from Mukdahar Customs House which facilitates the transportation of goods at Mukdaharn become more convenient and faster than using the car ferry as in the past. Time of goods transportation can be calculated from the time for transporting goods at both out-bound and inbound sides which have an origin at Mukdaharn Customs House until truck is released at Laos Customs House. The whole processes spend about 35 minutes for exporting from Mukdaharn to Savannakhet and 40 minutes for importing from Savannakhet. Cost of goods transportation between Thailand and Laos at Mukdaharn is totally 500 Baht per a 10-wheel truck. It can be seen that the transportation through using the bridge can notably reduce the cost of transportation when compared to the old transport mode through using the car ferry which costs about 4,760 – 4,960 Baht per a 10-wheel truck. From comparing the ship transportation from Laem Chabang Port to Tokyo, Japan with the road transportation in the country connecting to neighbor countries along Route No. 12 or Route No. 9 and using ports in neighbor countries to ship to Tokyo, it can be concluded that the goods transportation by only ship is very cost effective. In term of transport time, the goods transportation by ship would be most delay about 1-2 days. If considering the time and cost of goods transportation, ship transportation is most effective. For the transportation through Route No. 9 or Route No. 12, the time and cost of either route is quite the same. Therefore, it can be concluded that either Route No. 9 or Route No. 12 will be selected for transporting goods to Japan, it is similarly suitable.
วิธีการจ้างทำงานวิจัย: ได้รับทุนวิจัย
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2551-10-01
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2552-09-30
เอกสารแนบ: https://dric.nrct.go.th/Search/SearchDetail/296187
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: มหาวิทยาลัยนครพนม
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
ชุดโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเศรษฐกิจในกระชัง จังหวัดนครพนม เพื่อผลิตอาหารปลาเศรษฐกิจจากใส้เดือนดิน แบบครบวงจร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มหาวิทยาลัยนครพนม
30 กันยายน 2552
เอกสารแนบ 1
เอกสารแนบ 2
ชุดโครงการวิจัยและพัฒนากลุ่มเกษตรกรทำไร่พริกแบบเกษตรธรรมชาติแถบลุ่มแม่น้ำโขง ตามมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (GAP) บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การใช้ยีสต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาหารในการเลี้ยงปลาชะโอนในกระชัง การพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่เกษตรกรในชุมชนจังหวัดนครปฐม การศึกษาแนวทางการผลิตอาหารเลี้ยงปลาจากไส้เดือนดิน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง : กรณีศึกษา กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเศรษฐกิจในกระชัง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โครงการวิจัยและพัฒนาวิธีการเลี้ยงกบตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทดแทนปลาป่นด้วยใบหม่อนป่นในสูตรอาหารปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ ศักยภาพการผลิต การตลาดปลาสวยงามในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การเลี้ยงปลาหมอไทยแปลงเพศผสมผสานกับปลาเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ การพัฒนาสำรับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง และบริบทชุมชน การศึกษาการเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการอาหารปลอดภัย จังหวัดชัยภูมิ

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก