สืบค้นงานวิจัย
ข้าวเจ้า พันธุ์พิษณุโลก 80
เพชรหทัย ปฏิรูปานุสร, ธวัช ปฏิรูปานุสร, นลินี เจียงวรรธนะ, สุพัตรา สุวรรณธาดา, สอาง ไชยรินทร์, อภิชาติ เนินพลับ, สมเดช อิ่มมาก, สุรเดช ปาละวิสุทธิ์, สุรีย์ ศรีวันทนียกุล, อัจฉราพร ณ ลำปาง เนินพลับ - กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรมการข้าว
ชื่อเรื่อง: ข้าวเจ้า พันธุ์พิษณุโลก 80
ชื่อเรื่อง (EN): Phitsanulok 80
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ:
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ (EN):
คำสำคัญ:
คำสำคัญ (EN):
บทคัดย่อ: ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกได้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวนาสวนนาน้ำฝน จนได้ข้าวพันธุ์ พิษณุโลก 80 ซึ่งได้จากการผสม 3 ทาง ระหว่างพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี 90 และ IR56 กับ กข27 ตั้งแต่ พ.ศ. 2534 ปลูกและคัดเลือกได้สายพันธุ์ PSL92147-1-2-4 นำเข้าปลูกเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี ระหว่างสถานี ในนาราษฎร์ ทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกร และทดสอบเสถียรภาพของผลผลิต พบว่าข้าวสายพันธุ์นี้ให้ผลผลิตเฉลี่ยในนาราษฎร์ 642 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ กข27 ที่ให้ผลผลิต 589 กิโลกรัมต่อไร่ และขาวตาแห้ง 17 ที่ให้ผลผลิต 488 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็น 9 และ 31 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ข้าวสายพันธุ์นี้มีเสถียรภาพในการให้ผลผลิตดี ความแปรปรวนของสภาพแวดล้อมมีผลกระทบต่อผลผลิตน้อย สามารถนำไปปลูกในท้องที่ต่างๆในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางได้ มีการตอบสนองต่ออัตราปุ๋ยไนโตรเจน ในระดับ 8 กิโลกรัมไนโตรเจนต่อไร่ ลักษณะเป็นข้าวเจ้า ไวต่อช่วงแสง อายุปานกลาง เก็บเกี่ยวต้นเดือนธันวาคม ลักษณะทรงกอตั้ง ต้นแข็ง ไม่ล้มง่าย ใบธงตั้งตรง คอรวงยาว รวงแน่นปานกลาง ความสูงเฉลี่ย 141 เซนติเมตร คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี คือ มีท้องไข่น้อย เมล็ดข้าวกล้องยาว 7.45 มิลลิเมตร รูปร่างเรียว คุณภาพการสีดีมาก สามารถทำเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ได้ คุณภาพทางเคมีจัดเป็นข้าวที่มีเปอร์เซ็นต์อมิโลสต่ำ ความคงตัวของแป้งสุกอ่อน อุณหภูมิแป้งสุกต่ำ ข้าวที่หุงสุกแล้วอ่อนนุ่ม ข้อควรระวัง ไม่ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคไหม้ในจังหวัดพิษณุโลก และค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง
บทคัดย่อ (EN): Phitsanulok Rice Research Center have concentrated the research on improvement of rainfed rice varieties in order to serve the farmers' need. This resulted in a variety called Phitsanulok 80 obtaining from the three-way cross of Supanburi 90/IR56//RD27 since 1991. Characteristic selection was carried out continuously and the promising line, PSL92147-1-2-4, was finally selected. The lines was gone through the steps of intra-station, inter-station, farmers' field yield trial and yield stability. It was found that the line provided an average of 642 kg/rai (4.01 t/ha) in the farmers' field which was 9 percent higher than 589 kg/rai (3.68 t/ha) obtained from RD27 and 31 percent greater than Khao Ta Haeng 17 which yielded 488 kg/rai (3.05 t/ha). It had a high yield stability and could be widely grown in the lower north and the central. The rate of N response was 8 kg N/rai ( 50 kg/ha). It is a non-glutinous, photoperiod sensitive, medium maturity that is ideal to be harvested approximately in early December. The plant type and flag leaf are erect with strong stem, long neck and compact panicle. The height is 141 cm on average. It has low chalkiness. The brown rice has a slender shape with 7.45 mm long. It has an excellent milling quality, low amylose, low gel consistency with low gel temperature, therefore resulted in a soft cooked rice. There are a few disadvantages i.e. susceptible to Brown Planthopper, moderately susceptible to blast and bacterial blight.
เอกสารแนบ: http://anchan.lib.ku.ac.th/agnet/bitstream/001/2215/1/RIC020114a.pdf
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย (CC BY-SA 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: กรมการข้าว
ภาษา (EN): th
รายละเอียด: Summaries only
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล
TARR Wordcloud:
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก