สืบค้นงานวิจัย
แผนงานวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสู่การใช้ชีวิตแบบพอเพียง
อรุณี ม่วงแก้วงาม - มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
ชื่อเรื่อง: แผนงานวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสู่การใช้ชีวิตแบบพอเพียง
ชื่อเรื่อง (EN): The Planning of Research for Value Added from Agricultural Waste Materials to Live Sufficient Lives
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: อรุณี ม่วงแก้วงาม
คำสำคัญ:
คำสำคัญ (EN):
บทคัดย่อ: ปัจจุบันปัญหาค้านพลังานเป็นที่จับตาของทุกประเทศทั่วโลก ในสถานการณ์ ที่ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การจัดหาพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการ จึงเป็นภาระสำคัญของรัฐบาลทุกประเทศที่ต้องวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ เนื่องจากมี ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศโดยตรง ประเทศไทย มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีพลังงานใช้ อย่างเพียงพอ แนวทางการพัฒนาพลังงานของประเทศต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เลือกใช้เชื้อเพลิงที่มีราคาถูก ปริมาณเพียงพอและแน่นอน มีการกระจาย เชื้อเพลิงหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยง กทั้งสภาวะวิกฤติการณ์ราคาน้ำมันสูงขึ้นการเลือกใช้ พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ แสงอาทิตย์ น้ำ ลม ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย ชีวมวล ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้ ไม่หมด เป็นแหล่งพลังงานภายประเทศ มีผลกระทบต่อสภาวะแวคล้อมน้อย จึงเป็นทางเลือกปัจจุบันปัญหาค้านพลังานเป็นที่จับตาของทุกประเทศทั่วโลก ในสถานการณ์ ที่ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การจัดหาพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการ จึงเป็นภาระสำคัญของรัฐบาลทุกประเทศที่ต้องวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ เนื่องจากมี ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศโดยตรง ประเทศไทย มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีพลังงานใช้ อย่างเพียงพอ แนวทางการพัฒนาพลังงานของประเทศต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เลือกใช้เชื้อเพลิงที่มีราคาถูก ปริมาณเพียงพอและแน่นอน มีการกระจาย เชื้อเพลิงหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยง กทั้งสภาวะวิกฤติการณ์ราคาน้ำมันสูงขึ้นการเลือกใช้ พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ แสงอาทิตย์ น้ำ ลม ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย ชีวมวล ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้ ไม่หมด เป็นแหล่งพลังงานภายประเทศ มีผลกระทบต่อสภาวะแวคล้อมน้อย จึงเป็นทางเลือก ที่รัฐต้องให้ความสำคัญ พลังงานชีวมวลเป็นพลังงานที่ได้จากพืชและสัตว์ รวมทั้งผลผลิตกะลามะพร้ำว ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในชุมชนของสามจังหวัดชายเดนภาคใต้ ที่ประชาชนส่วนใหญ่มี อาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำสวนยางพารา และสวนผลไม้ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยชิงทดลองในการผลิตถ่านไม้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดใช้พลังงานในชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1!) เปรียบเทียบคุณสมบัติทางกายภาพของถ่าน ไม้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 3 ชนิด 2 วิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตถ่านไม้ จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 3) เปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการใช้ถ่านไม้ จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 3 ชนิด และ 4) เปรียบเทียบผลผลิตถั่วฝักยาวและปลาดุกอุยกับ การไม่ใช้น้ำส้มควันไม้ ผลการวิจัยพบว่า 1. ถ่านไม้จากกะลามะพร้าวมีคุณสมบัติทางกายภาพดีที่สุด โดยมีค่พลังงานความ ร้อนสูงที่สุดเฉลี่ย 32,6343 ถูลต่อกรัมมีระยะเวลาการให้ความร้อนนานที่สุดเฉลี่ย 37.100 นาทีการผลิตถ่านจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในค้าน พลังงาน รวมทั้งสามารถนำผลพลอยได้จากการผลิตถ่านที่ได้ในรูปของน้ำส้มกวันไม้มาใช้ทดแทน การใช้สารเคมี เป็นการลดค่ำใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการนำไปสู่การ พึ่งตนเองอย่างยั่งยืน มีระยะเวลาการจุดติดไฟน้อยที่สุดเฉลี่ย 4.0 นาที มีปริมาณขี้เถ้าน้อยที่สุดเฉลี่ย 10.067 กรัม รองลงมาคือถ่านไม้รวม และถ่านไม้ยางพารา คามลำดับ 2. ต้นทุนในการผลิตถ่านไม้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คิดเป็นเงินเฉลี่ย 6.37 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรสามารถลงทุนได้เนื่องจากมีระยะเวลาคืนทุนที่ค่อนข้างสั้นคือ 5.52 เดือน 3. ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้ถ่านไม้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ชนิด พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจต่อการใช้ถ่านไม้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 3 ชนิด ไม่แตกต่างกัน 4. น้ำสัมควันไม้ที่ระดับความเข้มข้น 1:300 สามารถใช้ฉีดพ่นถั่วฝึกยาวเพื่อเพิ่ม ผลผลิตได้ แต่การใช้น้ำส้มควันไม้สำหรับการเลี้ยงปลาดุกอุยให้ผลไม่แตกต่างกันทางสถิติ การผลิตถ่านจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในด้าน พลังงาน รวมทั้งสามารถนำผลพลอยได้จากการผลิตถ่านที่ใด้ในรูปของน้ำส้มควันไม้มาใช้ทดแทน การใช้สารเคมี ป็นการลดคำใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการนำไปสู่การ พึ่งตนเองอย่างยั่งยืน
บทคัดย่อ (EN): -Energy security issues are being watched by countries across the world today. Insituation of rapidly rising demands for energy, keeping reserves for sufficient supplies to meet domestic needs is and important burden of every government of every country which needs discreet operational planning as it might impact directly on living, economics , social, and national security. Thailands energy consumption has also been continually increasing. To ensure sufficiency of energy supplies for future use, national development scheme must concern about exploiting the limited energy resources in the most effective manner, choosing to use fuel that is cheap and dependable in quantity and certainty, and serving with diversified fuels to reduce fuel scarcity risks. Having encountered with fuel price crisis, renewable energy which is constantly replenished, domestically available, and low in environmental impact such as sunlight, tides, wind, firewood, husk, bagasse, biomass, and so on, is the alternative that government should give precedence to. Biomass is an energy source derived from animal and plant substance including agricultural products and scraps such as firewood, husk, bagasse, and others. In this research, agricultural scraps were experimentally burned to make charcoal, and the derived by-product, wood venigar, was used to produce toxic-free agricultural products for self sufficiency living and sustainable self-dependence of the community. Materials used in charcoal making as mentioned included 3 agriculturall scraps rubber-wood, omni-wood, and coconut sheel which were scattered across communities in the three southern border provinces of which major part of people lived on agriculture, especially rubber and fruit plantation. The objectives of this experimental research of producing wood charcoal from agricultural scraps to reduce energy consumption of community were : 1) to compare physical properties of wood charcoal produced from of 3 agricultural scraps, 2) to analyze costs and yields on production of wood charcoal from agricultural scraps, 3) to compare peoples satisfaction on using wood charcoal from 3 agricultural scraps, 4) to compare productivities of yard long bean and broadhead catfish with application of wood vinegar. The findings of this research were as the followering. 1. Wood charcoal produced from coconut shell was found best physical properties, with highest average calorific value of 32,634.3 joule per gram, longest average burning duration of 37.10 minutes, shortest average ignition time of 4.0 minutes, and lowest average ash content of 10.067 grams, following with those of omni-wood and rubber-wood charcoal, respectively. 2. The figure of production costs of wood charcoal from agricultural scraps was averaged at 6:37 baht per kilogram which was quite appropriate for agriculturists to invest, and pay-back period was rather short, 5.52 months. 3. Survey of peoples satisfaction on using wood charcoal produced from the 3agricultural scraps indicated no difference in satisfaction of people using wood charcoall producted from all the 3 agricultural scraps. 4. Vinegar solution at a concentration level of 1:300 applied to the yard long bean vine could increase its productivity, while application of vinegar on raising broadhead catfish resulted no statistical difference. Wood charcoal produced from 3 agricultural scraps can help agriculturists in cutting down energy expense, while wood vinegar, the derived by-product , can also be used in replacement of some chemicals which is another way of expense reduction, an essential beginning that leads to sustainable self-dependence of the community.
วิธีการจ้างทำงานวิจัย: ได้รับทุนวิจัย
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2551-10-01
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2552-09-30
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
แผนงานวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสู่การใช้ชีวิตแบบพอเพียง
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
30 กันยายน 2552
เอกสารแนบ 1
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออก : กรณีศึกษาจังหวัดพิษณุโลก โครงการเผยแพร่งานวิจัยและนวัตกรรมผ่านสื่อสู่เกษตรกร จำนวนโครโมโซมของงาที่ผ่านการฉายรังสีด้วยวิธีการเพิ่มชุดโครโมโซมโดยใช้โคลชิซิน การสร้างมูลค่าเพิ่มข้าวอินทรีย์ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากดอกอัญชัน การเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในกระชังร่วมกับปลาหมอเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และความปลอดภัยด้านอาหาร การเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในกระชังร่วมกับปลาหมอเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และความปลอดภัยด้านอาหาร การศึกษาสมบัติของแป้งหัวมันเพิ่มและการใช้ประโยชน์เพื่อการสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มของชุมชนตำบลเนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดข้าวอินทรีย์สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มข้าวอินทรีย์ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการกลุ่มจากเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรสู่วิสาหกิจชุมชน

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก