สืบค้นงานวิจัย
การศึกษาระบบการผลิตของมังคุด ณ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
ปณิดา กันถาด - มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ชื่อเรื่อง: การศึกษาระบบการผลิตของมังคุด ณ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
ชื่อเรื่อง (EN): The Study system of Cultivation Mangosten (Garcini Mangostana Linn.) of Lang suan District, Chumphon Province
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: ปณิดา กันถาด
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย:
คำสำคัญ:
คำสำคัญ (EN):
บทคัดย่อ: จากการศึกษาระบบการผลิตของมังคุด ณ อำภอหลังสวน จังหวัดชุมพร พบว่า ทางด้านสภาพ ดินมีความเป็นกรดรุนแรงมาก แต่เป็นดินที่ไม่เค็มจึงสามารถปลูกพืซได้หรืออาจเรียกว่า ดินกรด ธรรมดา ในขณะที่สภาพภูมิอากาศ ในปี 2550 และ ในปี 2551 คล้ายกัน พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอ หลังสวนเป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึง ในฤดูฝน ฝนตกน้ำท่วมชัง เป็นส่วนใหญ่ ดินเป็นดินเหนียวปนทราย มีแม่น้ำหลังสวนไหลผ่าน อุณหภูมิเฉลี่ยที่ 27. 1-27.2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสำหรับ การปลูกมังคุด ส่วนสวนทั้ง 12 สวน ที่ทำการสุ่มศึกษาลักษณะดินพบว่า ด้วยที่ลักษณะเป็นดิน กรดทำให้ปริมาณของธาตุแมงกานีสและธาตุเหล็กมีอยู่ในดินหลายเท่าตัว แต่พืชก็ไม่ได้แสดง อาการเป็นพิษเนื่องจากธาตุอาหารเกินแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามดินจากสวนมังคุดส่วนใหญ่มี ระดับ อินทรียวัตถุ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แลเซียมและแมกนีเชียม อยู่ในระดับที่ต่ำ มากและในบางสวนน้อยมากจนไม่สามารถวิเคราะห์หาธาตุดังกล่าวได้ ในขณะที่สังกะสีและ ทองแดงอยู่ในระดับปานกลางสอดคล้องกับข้อมูลการที่ดูแลต้นมังคุดที่ทุกสวนมีต้นทุนในการผลิต เฉลี่ยน้อยกว่าต้นทุนเฉลี่ยของกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งสวนส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อปุยน้อย มาก แต่อย่างไรก็ตามปริมาณของผลผลิตที่ได้ถึง 10 สวนใน 12 สวนที่มีปริมาณผลผลิตมากกว่า ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยของกรมส่งเสริมการเกษตร มีเพียง 2 สวนเท่านั้น ที่มีผลผลิตเฉลี่ยน้อยกว่า เมื่อ ทำการคำนวณต้นทุนเปรียบเทียบกับรายรับ พบว่า 11 สวน ใน 12 สวนที่ยังมีกำไรอยู่บ้างถึงแม้ราคามังคุดจะขายได้เพียงกิโลกรัมละ 5 บาทก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าซาวสวนมังคุดของอำเภอหลัง สวนสามารถทำสวนต่อไปได้ เพราะหากราคามังคุดสูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันชาวสวนจะมีรายได้ อย่างมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบันทัศนคติของชาวสวนยังคงจะทำสวนต่อไป แต่อาจจะลดขนาด ของพื้นที่ในการทำสวนลงให้มีลักษณะเป็นสวนหลังบ้านไว้ลำหรับบริโภคมากกว่าที่จะทำเป็น การค้าเนื่องจากจะหันไปปลูกพืชอื่นที่ให้คำตอบแทนสูงแทน ทั้งนี้อยากให้รัฐช่วยในเรื่อง ราคามังคุด ราคาปุย ราคาแรงงาน และการประกันราคาสินค้า หากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ชาวสวนมังคุดก็จะยัง ทำสวนมังคุดต่อไป
บทคัดย่อ (EN): Results of the study on mangosteen production system in Lang Suan district, Chumphon province, showed that mangosteen could be cultivated when soil quality was highly acidic but of low salinity, commonly referred to as natural acidic soil. Climatic conditions in 2007 and 2008 were found to be almost uniform in Lang Suan district. Most of the areas which had sandy clay soil in lowland plains, were usually flooded especially during the rainy season. A small river flows along the back of the majority of the cultivated areas. Temperature ranged from 27.1 – 27.2 o C and was considered appropriate for mangosteen cultivation. In this study where 12 samples of cultivated areas were used, results indicated that as an acidic soil, an excessive amount of manganese and iron were found although crops showed no symptoms. In contrast, soil in most areas had low amounts of organic matter, nitrogen, phosphorus, potassium, calcium and magnesium. In several areas, they were found in very minimal amount and could not be analyzed at all. Meanwhile, zinc and copper were found in moderate level. Consistent with information on mangosteen cultivation, each farm in the study had a much lower average initial investment for crop maintenance than the average investment of the Department of Agricultural Extension whose production cost consisted usually of a very minimum cost for fertilizer. However, yield obtained from 10 farms out of 12 farms, had higher average than those indicated by the Department of Agricultural Extension with only two farms having lower yield. When investment cost was compared with income, it was found that 11 farms (out of 12) obtained profits even when mangosteen was sold for only 5 baht/kg. Thus it can be seen that mangosteen farmers in Lang Suan district could still cultivate mangosteen because commercially, it could be more profitable than at present. Nevertheless, the present attitude of farmers is to continue growing mangosteen but would reduce the cultivation area to a backyard level intended only for home consumption rather than commercially and the area reduced be planted to cash crops. Farmers would like the government to help them by regulating the price of mangosteen, cost of fertilizers and product pricing assurance because they believed that if these problems could be solved, they would certainly continue their mangosteen production.
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2550-10-01
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2551-09-30
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
การศึกษาระบบการผลิตของมังคุด ณ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
30 กันยายน 2551
การศึกษาระบบการผลิตและการตลาดของกะหล่ำปลี การผลิตมังคุดคุณภาพ การศึกษากลยุทธ์การผลิตการตลาดผลไม้ (กรณีศึกษา ทุเรียน มังคุด เงาะ) การผลิตมังคุดเกษตรอินทรีย์โดยใช้ปุ๋ยหมักระบบเติมอากาศแบบประหยัด การวิจัยและพัฒนาการผลิตมังคุดเพื่อการส่งออกและอุตสาหกรรม การศึกษาระบบการผลิตและการตลาดไก่งวงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรในการแปรรูปผลผลิตมังคุด มังคุดต้นเตี้ย จัดการง่าย ให้ผลผลิตสูง การพัฒนาระบบการผลิตปลานิลเพื่อเข้าสู่มาตรฐานการส่งออก มังคุดโกอินเตอร์ด้วยระบบจีเอพี

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก