สืบค้นงานวิจัย
โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์เบญจมาศ
พฤกษ์ คงสวัสดิ์ - กรมวิชาการเกษตร
ชื่อเรื่อง: โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์เบญจมาศ
ชื่อเรื่อง (EN): Varietal Improvement in Chrysanthemum
ผู้แต่ง / หัวหน้าโครงการ: พฤกษ์ คงสวัสดิ์
ผู้ร่วมงาน / ผู้ร่วมวิจัย:
คำสำคัญ:
บทคัดย่อ: 4. โครงการวิจัยเบญจมาศ เบญจมาศ (Chrysanthemum) มีการปลูกในประเทศไทยไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี แต่ยังมีปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอ และมีพื้นที่ปลูกเหมาะสมเพียงในเขตอากาศหนาวเย็น เช่น ภาคเหนือตอนบน หรือบนที่สูงซึ่งมีพื้นที่การผลิตจำกัด ส่งผลให้ผลผลิตไม่เพียงพอต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย จีน ยุโรป เป็นต้น ซึ่งความต้องการใช้เบญจมาศยังมีเพิ่มขึ้นทุกปี ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินตราซื้อนำเข้าเบญจมาศจากต่างประเทศในปริมาณสูง เบญจมาศมีพื้นที่ปลูก ๒,๕๐๐ ไร่ มีผลตอบแทนต่อพื้นที่ ไร่ละ ๗๐,๐๐๐ บาทต่อรุ่น ทำให้มีมูลค่าผลผลิตไม่น้อยกว่า ๑๗๕ ล้านบาทต่อปี ผลผลิตที่ได้เกือบทั้งหมดใช้ในประเทศมีการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านเล็กน้อย โดยปี ๒๕๕๑ มีการนำเข้าเบญจมาศจากมาเลเซียปริมาณ ๓ ตัน มูลค่า ๘๙,๖๗๘ บาท และส่งออก ๑๕ ตัน มูลค่า ๘๙๖,๔๐๓ บาท (กลุ่มส่งเสริมการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ,๒๕๕๑) ปัจจุบันเบญจมาศไม่มีปัญหาด้านการตลาดเลย แม้มีการนำเข้าจากประเทศจีนซึ่งกระทบกับผู้ผลิตทางเหนือแต่กระทบเฉพาะในส่วนตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากเบญจมาศเป็นพืชไม่มีฐานพันธุกรรมในประเทศไทยเลยทำให้การพัฒนาสายพันธุ์เบญจมาศในประเทศไทยมีน้อยพันธุ์เบญจมาศเกือบทั้งหมดได้นำเข้าจากต่างประเทศในเขตอากาศหนาวมาทดลองปลูก ทำให้มีเบญจมาศเพียงบางพันธุ์ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี จำเป็นต้องมีการพัฒนาสายพันธุ์เบญจมาศที่เหมาะสมกับประเทศไทยมีความทนทานต่อโรคที่สำคัญของเบญจมาศและต่อละแหล่งผลผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตเบญจมาศรองรับการเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มเอเซียนซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตไม้ดอกหลักของเอเซียนในอนาคต การปรับปรุงพันธุ์เบญจมาศ ประกอบด้วย ๑ กิจกรรม ๔ กิจกรรมย่อย ๖ การทดลอง ๑๕ การทดลองย่อย เป็นการทดสอบสายพันธุ์เบญจมาศที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ มี ๑ การทดลอง ๔ การทดลองย่อย คือ การทดสอบสายพันธุ์เบญจมาศที่เหมาะสมในภาคเหนือตอนบน (ที่ระดับความสูง ๑,๓๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (ที่ระดับความสูง ๕๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง(ที่ระดับความสูง๑๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล) และภาคใต้ตอนล่าง (ที่ระดับความสูง๑๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล) กิจกรรมย่อยที่ ๑.๒ การทดสอบสายพันธุ์เบญจมาศที่เหมาะสมในแปลงเกษตรกร มี ๑ การทดลอง ๔ การทดลองย่อย คือ การทดสอบสายพันธุ์เบญจมาศที่เหมาะสมในแปลงเกษตรภาคเหนือตอนบน (ที่ระดับความสูง๑,๓๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (ที่ระดับความสูง ๕๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (ที่ระดับความสูง๑๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล) และภาคใต้ตอนล่าง (ที่ระดับความสูง๑๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล) กิจกรรมย่อยที่ ๑.๓ การควบคุมศัตรูพืชในเบญจมาศเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร มี ๒ การทดลอง ๕ การทดลองย่อย คือ การทดลองที่ ๑.๓.๑ การควบคุมศัตรูพืชในเบญจมาศเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร มี ๓ การทดลองย่อย คือสำรวจในแปลงเกษตรกรภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การทดลองที่ ๑.๓.๒ ทดสอบวิธีการควบคุมศัตรูพืชโดยใช้พันธุ์พืช สารสกัดจากพืช และเทคโนโลยี ชีวภาพในเบญจมาศ ประกอบด้วย ๒ การทดลองย่อย การทดลองในสภาพแปลงที่ ศวพ.น่าน และการทดสอบปฏิกิริยาร่วมระหว่างโรคกับพันธุ์เบญจมาศในสภาพห้องปฏิบัติการที่ ศวร.ชัยนาท และกิจกรรมย่อยที่ ๑.๔ การปรับปรุงพันธุ์เบญจมาศโดยการฉายรังสี ประกอบด้วย ๒ การทดลอง การทดลองที่ ๑.๔.๑ การชักนำให้เบญจมาศเกิดการกลายพันธุ์โดยการฉายรังสี และการทดลองที่ ๑.๔.๒ การคัดเลือกสายพันธุ์เบญจมาศในแต่ละรุ่น ทำการคัดเลือกจากพันธุ์เบญจมาศที่รับการฉายรังสีอย่างต่อเนื่องในรุ่น M๒ – M๔ ผลการทดลอง กิจกรรมย่อยที่ ๑.๑ และ ๑.๒ พบว่า ขนาด และคุณภาพดอกเบญจมาศที่จะเปลี่ยนไปตามสภาพพื้นที่ โดยเบญจมาศเกือบทุกพันธุ์ที่ทดสอบเหมาะสมกับปลูกที่ระดับความสูงประมาณมาก ๕๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป เนื่องจากมีขนาดดอกและคุณภาพดีที่สุด แต่พื้นที่ปลูกเบญจมาศในปัจจุบันกับอยู่ที่ระดับความสูง ๑๐๐ - ๓๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล เห็นควรปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ปลูกดังกล่าวโดยใช้พันธุ์ที่ทดสอบนี้ในอนาคต ซึ่งพันธุ์เรโซมี และพันธุ์รีบอเนต เป็นพันธุ์ที่น่าสนใจในการปรับปรุงพันธุ์ต่อไป จากการทดลองในแปลงเบญจมาศของเกษตรกร พบว่า พันธุ์เบญจมาศที่คัดเลือกไว้เมื่อทดสอบในแปลงเกษตรกรมีขนาด และคุณภาพดอกเบญจมาศลดลงเล็กน้อย ซึ่งเกษตรกรชอบ ๖ พันธุ์ ซึ่งเกษตรกรแต่ละพื้นที่ชอบเบญจมาศที่แตกต่างกันคือ จังหวัดเชียงใหม่เกษตรกรชอบ คือพันธุ์ เรโซมี จังหวัดเลยเกษตรกรชอบพันธุ์ เรโซมี พันธุ์รีบอเนต พันธุ์โพลารีส และพันธุ์โกลเด้นท์ โพลารี จังหวัดอุบลราชธานี เกษตรกรชอบพันธุ์ เรโซมี ลิมบอนเนต จากัวร์ เรด ๐๐๑ และชมพูหวาน และจังหวัดยะลาเกษตรกรชอบพันธุ์ เรโซมี ลิมบอนเนต จากัวร์ เรด ๐๐๑ และชมพูหวาน กิจกรรมย่อยที่ ๑.๓ การทดลองที่ ๑.๓.๑ การสำรวจศึกษาชนิดของศัตรูพืช ความเสียที่มีต่อเบญจมาศสายพันธุ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ปลูก (ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (๒๕๔๙-๒๕๕๑)) พบว่า ในภาคกลางไม่พบว่ามีการปลูกเป็นการค้าขนาดใหญ่ ในจังหวัดน่าน พบว่า มีพันธุ์เบญจมาศดอกเดียวจำนวน ๕ พันธุ์ และพันธุ์เบญจมาศดอกช่อที่นิยมปลูก ๒๒ พันธุ์ โรคเบญจมาศที่พบมากที่สุด คือ โรคใบไหม้ และโรคโคนเน่า แมลงศัตรูเบญจมาศที่พบมากที่สุด คือเพลี้ยไฟ ด้วงหมัดผัก หนอนเจาะสมอฝ้าย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๙ จังหวัด พบว่า จังหวัดที่ยังมีผู้ปลูกเบญจมาศจำนวน ๗ จังหวัด คือ จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย เลย อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และนครราชสีมา พันธุ์เบญจมาศดอกเดียวที่นิยมปลูกเพียงพันธุ์เดียว ส่วนพันธุ์เบญจมาศดอกช่อที่นิยมปลูก ๔ พันธุ์ โรคเบญจมาศที่พบมากที่สุด คือ โรคใบจุด และโรคโคนเน่า แมลงศัตรูเบญจมาศที่พบมากที่สุด คือเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน หนอนเจาะสมอ กิจกรรมที่ ๑.๓.๒ ทดสอบวิธีการควบคุมศัตรูพืชโดยใช้พันธุ์พืช สารสกัดจากพืช และเทคโนโลยี ชีวภาพในเบญจมาศ พบว่า พันธุ์เบญจมาศชนิดดอกช่อที่ทนทานโรค ราสนิม ๒ พันธุ์ พันธุ์เบญจมาศชนิดดอกเดี่ยวที่ทนทานโรคราสนิม และหนอนชอนใบ ๓ พันธุ์ พันธุ์เบญจมาศที่ทนทานโรคใบไหม้แห้ง พันธุ์ดอกเดี่ยวเพียง ๑ พันธุ์ และพันธุ์ดอกช่อ ๓ พันธุ์ และ พันธุ์เบญจมาศที่ทนทานต่อโรคใบแห้ง (Bacterial leaf blight) และโรคใบจุด (Septoria leaf spot) จำนวน ๓ พันธุ์ การควบคุมศัตรูพืชโดยใช้พันธุ์พืช/สารสกัดจากพืช และชีวภัณฑ์ในเบญจมาศ พบว่า สารสกัดจากพืชและชีวภัณฑ์อย่างเดียวไม่สามารถควบคุมโรคใบจุดได้ ๑๐๐% ผลการทดลอง พบว่า การฉีดพ่นด้วยสารป้องกันและกำจัดโรคพืชตามกรรมวิธีของเกษตรกรสามารถควบคุมโรคดีที่สุด โดยมีการฉีดพ่นน้ำปูนใส อัตรา ๑,๐๐๐ มล. ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ให้ผลดีรองลงมา และสารสกัดสะเดา อัตรา ๑,๐๐๐ มล. ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร และสารสกัดขมิ้น อัตรา ๒๐ มล. ต่อน้ำ ให้ผลตามตามลำดับ และพันธุ์โพลาริส เป็นพันธุ์ที่มีระดับต้านทานโรคใบจุดมากที่สุด กิจกรรมย่อยที่ ๑.๔ การทดลองที่ ๑.๔.๑ การชักนำให้เบญจมาศกลายพันธุ์โดยการฉายรังสี ได้ต้นเบญจมาศ ๑๗๔ เบอร์ จำนวน ๖,๙๖๐ ต้น สามารถคัดเลือกพันธุ์เบญจมาศที่มีแนวโน้มทนร้อน ๓๒ เบอร์โดยเป็นเบญจมาศชนิดดอกเดียว ๑๘ เบอร์ และ ดอกช่อ ๑๔ เบอร์ ในปี ๒๕๕๓ สามารถเสนอเป็นเบญจมาศพันธุ์ใหม่ ได้ ๓ เบอร์ คือ เบญจมาศศก.๐๑ (ศก.๑ K ๑๘-๓–๑๑-๖) เบญจมาศ ศก.๐๒ (ศก.๒ ๑๖-๑-๒๙-๕) และ เบญจมาศ ศก. ๐๓ (ศก.๑k ๑๒-๔-๒๒-๑) และในปี๒๕๕๔ จะเสนอเป็นพันธุ์ใหม่ไม่น้อยกว่า ๕ เบอร์ สรุปผลการทดลองได้ว่า ได้พันธุ์เบญจมาศพันธุ์การค้าที่เหมาะสมกับพื้นที่ต่าง ๆ จำนวน ๖ พันธุ์ ได้พันธุ์เบญจมาศพันธุ์ใหม่ที่เหมาะสมปลูกในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล ๑๐๐ – ๕๐๐ เมตร จำนวนไม่น้อยกว่า ๓ พันธุ์ ได้พันธุ์เบญจมาศที่ทนทานโรคราสนิมจำนวน ๕ พันธุ์ ได้พันธุ์เบญจมาศที่ทนทานโรคใบไหม้แห้ง (Bacterial leaf blight) จำนวน ๔ พันธุ์และ พันธุ์เบญจมาศที่ทนทานต่อโรคใบแห้ง (Bacterial leaf blight) และโรคใบจุด (Septoria leaf spot) จำนวน ๓ พันธุ์ และพบว่าสารสกัดจากพืชและ ชีวภัณฑ์อย่างเดียว ไม่สามารถควบคุมโรคใบจุดได้ ๑๐๐ % การใช้น้ำปูนใส อัตรา ๑,๐๐๐ มล. ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร เป็นกรรมวิธีที่ดีที่สุด แต่ยังต้องใช้ร่วมกับสารเคมีซึ่งจะช่วยลดการใช้สารเคมีไม่น้อยกว่า ๕๐ %
บทคัดย่อ (EN): n/a
ชื่อแหล่งทุน: งบประมาณแผ่นดิน
ปีเริ่มต้นงานวิจัย: 2548-10-01
ปีสิ้นสุดงานวิจัย: 2553-09-30
ลิขสิทธิ์: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
เผยแพร่โดย: กรมวิชาการเกษตร
ภาษา (EN): th
หากไม่พบเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) โปรดติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

การอ้างอิง


TARR Wordcloud:
โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์เบญจมาศ
กรมวิชาการเกษตร
30 กันยายน 2553
โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมัน โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ยาง โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ผักกาดขาวปลี โครงการวิจัยเทคนิคการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์พริกกะเหรี่ยง โครงการวิจัยและพัฒนาวิธีวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์พืชแปรรูป (โครงการวิจัยเดี่ยว) โครงการวิจัยการพัฒนาพันธุ์ลิ้นจี่ โครงการวิจัยและพัฒนาสบู่ดำ โครงการวิจัยและพัฒนาหน้าวัว โครงการวิจัยและพัฒนาข้าวฟ่าง บริหารโครงการวิจัย 1

แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 3.0 TH)
คัดลอก URL
กระทู้ของฉัน
ผลการสืบค้นทั้งหมด โพสต์     เรียงลำดับจาก